Our date
Chromosome ZZ
เสียงเอะอะโครมครามดังขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดภายในหอพักของเหล่ากลุ่มนักร้องหนุ่มประเทศเกาหลีใต้ที่ลงท้ายด้วยตัวเลข
เหตุมาจากคู่รักคู่หนึ่งในหอกำลังเตรียมตัวออกไปเดทระทึกกัน
“ฮยอง ผักที่เหลืออยู่ไหนอ่ะ”
เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าใต้เสื้อยืดมีฮูตสีดำสกีลลวดลายสีขาว
หันไปถามคนข้างๆ
ขณะที่พวกเขาสองคนกำลังก้มหน้าก้มตาม้วนข้าวห่อสายหายสอดใส่ผักนานาชนิด (คิมบับ)
กันอย่างขมักเขม่น ข้างตัวเด็กหนุ่มคือกล่องข้าวขนาดเล็กสองกล่องวางอยู่
ซึ่งตอนนี้มีอาหารหลายอย่างวางเตรียมไว้แล้ว ทั้งไก่ ฮอตดอท
และคิมบับที่กำลังจะตามลงไปในกล่องแรก ส่วนกล่องที่สองเป็นพวกผลไม้
“หลังกะละมังตรงนั้นอ่ะ” คนอายุมากกว่าตอบพร้อมกับอ้อมหลังคนข้างๆ
ที่มือไม่ว่างไปหยิบให้ จานที่มีผักสดที่หั่นเรียบร้อยถูกยื่นส่งมา
เด็กหนุ่มยืนมือมารับโดยที่ไม่มอง
บรรยากาศดูหวานละมุนตามประสาคู่รักช่วยกันเตรียมข้าวกล่องทั่วไปถ้าไม่ติดที่ว่า
คนพี่มันขี้แกล้ง
“ย่าห์!! ใครให้เอาแตงกวาส่งมาให้ผมเนี้ย”
เด็กหนุ่มร้องลั่นพร้อมกับจานผักซึ่งมีแตงกวาลอยหน้าลอยตาอยู่ในจานปลิวลอยขึ้นไปกลางอากาศ
ด้วยฝีมือเจ้าตัวที่สะบัดมืออย่างแรงด้วยความตกใจ ทำเอาชิ้นผักกระจายว่อน
“ย่าห์! ชเว ยองแจ ใครสั่งสอนให้โยนอาหารห๊ะ”
คนข้างๆ
ดุลั่นรีบคว้าจานเปล่าในมืออีกฝ่ายมารับเศษผักที่ตกลงมาจากอากาศ แทบรับไม่ได้เพราะผักทุกอย่างกระจายไปคนละทิศละทาง ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก
มองซากผักที่ตกลงไปบนพื้นอย่างเสียดาย
“ก็ฮยองนั่นแหละ รู้ว่าผมไม่ชอบแตงกวายังจะแกล้งอีก...” มือขาวยกขึ้นจะตีคนข้างๆ
ติดที่ว่าตอนนี้สวมถุงมือพลาสติกสำหรับจับคิมบับไว้ทำให้ลงมืออย่างที่ตั้งใจไม่ได้
หวัง
แจ็คสัน ที่แกล้งทำเป็นหงุดหงิดกับเหตุการณ์เมื่อกี้เต็มประดา หันมาสบตาคนข้างๆ
ที่จู่ๆ ก็ชะงักไปมือขาวค้างอยู่กลางอากาศ ยิ้มกริ่มยื่นหน้ามาใกล้คนข้างๆ
จ้องแววตาวูบไหวนั่น “อะไร จะตีฮยองอีกรึไง”
“ตีสิ แต่ฮยองจะตีคืนนะ”
เห็นตั้งแต่แรกแล้วล่ะว่าในจานที่ส่งไปมีแตงกวาอยู่
แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตกใจสะบัดทุกอย่างบินขึ้นไปบนฟ้าแบบนั้น ถถถ
โชคดีหน่อยที่เขารวดเร็วพอจะช่วยชีวิตผักบางส่วน...กลับมาได้
“...”
คนอายุน้อยกว่าเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ คนข้างๆ
ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ด้วยสายตากรุ่มกริ่ม พร้อมกับคำขู่เต็มที่ แกล้งกันชัดๆ
ยองแจเม้มริมฝีปากพยายามระงับอาการเขิลของตัวแน่น
รีบหันกลับไปทำอาหารที่ค้างไว้ต่อ ทิ้งไว้แต่เสียงหัวเราะชอบใจของคนข้างๆ
ซึ่งพอใจที่แกล้งตัวเองได้
...
หลังจากเคยสัญญากันว่าจะหาเวลาออกไปเที่ยวกันสักครั้ง
เพราะไม่ได้ไปไหนด้วยกันมานาน แจ็คสันฮยองก็ได้วันพักของตัวเองสักที
อีกฝ่ายจึงรีบมาชวนเขาวางแผนเดท
“คราวนี้ฮยองได้วันพักกี่วันหรอ”
เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าเอ่ยถามอีกฝ่าย
ซึ่งนอนแผ่ไปตามความยาวของโซฟาในห้องนั่งเล่นกลางหอพัก
ส่วนคนถามสละที่ลงมานั่งบนพื้น เพราะช่วงเวลาว่างที่ไม่ตรงกัน จริงๆ
ก็แค่ของแจ็คสันฮยองที่แน่นเอี๊ยดจนหาที่แทรกแทบไม่ได้
พวกเขาจึงตกลงจะใช้เวลาร่วมกันเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างละครช่วงหัวค่ำอยู่ด้วยกันในวันที่ได้กลับหอพัก
ก่อนต่างคนจะแยกย้ายไปทำงานของตนเอง
“หนึ่งวัน”
เสียงอีกฝ่ายตอบกลับมาแบบไม่ใส่ใจ
แต่ทำเอาคนฟังหันควับ
“วันเดียวอ่านะ แล้วฮยองยังจะออกไปเที่ยวกับผมอีกหรอ มันใช่เรื่องไหม”
คนอายุมากกว่าหันไปสบตาอีกฝ่ายที่หันมามอง
แม้ปากจะบ่นก็เถอะแต่แววตาที่มองมาแสดงความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด
มือใหญ่เอื้อมไปลูบหัวคนอายุน้อยกว่าอย่างเอ็นดู
“ก็สัญญาไว้แล้ว” แจ็คสันตอบไปแบบนั้นพร้อมกับอีกฝ่ายที่สวนกลับมาทันที
“งั้นไม่ไป ยกเลิกนัดเลย ผมมีธุระวันนั้นพอดี”
“หา!! ทำไมล่ะ
เมื่อชั่วโมงที่แล้วยังบอกว่าว่างทั้งวันอยู่เลยนี่” “โอ้ย!! ยองแจอ่า ตีฮยองอีกแล้วนะ”
แจ็คสันแกล้งทำตาโตตกใจพูดเสียงดัง
แสดงละครซะเว่อร์เกินจริงจนโดนคนเป็นน้องทุบไปหนึ่งปัก
ก็รู้กันอยู่ว่าเด็กตรงหน้าพูดแบบนั้นเพราะอะไร แจ็คสันพลิกตัวนอนตะแคงยกแขนหนุนไว้ข้างหนึ่ง
ขณะที่อีกมือหนึ่งลูบหัวเด็กตรงหน้าเบาๆ
“ตีฮยองมากๆ แบบนี้ คราวหน้าฮยองจะตีกลับแล้วนะ”
น้ำเสียงทีเล่นทีจริง ที่ยองแจรู้ดีว่าเชื่อไม่ได้
พูดแบบนี้ทีไรอย่างมากก็สวนกลับมาตอนเขาเล่นแรงไปแค่ครั้งสองครั้ง
เด็กหนุ่มจึงลงมือทุบอีกฝ่ายอีกครั้งทันทีพร้อมกับหัวเราะเสียงดังกับเสียงร้องเจ็บของคนเป็นพี่
“ยองแจ”
“ผมก็ไม่ได้ห้ามฮยองตีกลับนี่นา อยากตีก็ตีดิ” “!!” อีกฝ่ายพูดแบบนั้นก่อนที่ตาตี่ๆ
จะเบิกกว้างอย่างตกใจเมื่อมือที่ลูบหัวตัวเองอยู่จู่ๆ
ก็ตะปบลงที่ท้ายทอยกดหนักหนักอย่างแรงดึงใบหน้าของเขาลงไปจูบกับคนตรงหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว
ยองแจถูกคนตรงหน้าจูบแผ่วเบา
ก่อนจะถูกผละออกทันทีเมื่อน้ำหนักที่กดบนท้ายทอยคลายลง
ย่าห์!!! นี่เรียกตีที่ไหน
“อนุญาตเองนะ” แจ็คสันว่ามองใบหน้ากลมที่ขึ้นสีแดงจัดไปหมด
ตาตี่ๆ นั่นยังเบิกกว้างตาโตตกใจไม่หายที่โดนเขาทำแบบนั้น เฮ้อ..
เพราะแบบนี้ถึงเลิกแกล้งไม่ได้นี่แหละ
ว่าแล้วก็เอื้อมไปหยิบเศษกระดาษที่ใส่มาในกระเป๋ากางเกงส่งให้อีกฝ่าย
“อะไรอ่ะ” ยองแจถามอีกฝ่ายที่ส่ายหน้าไม่ตอบ
ขณะที่เขาคลี่กระดาษออก ลิสต์สถานที่ท่องเที่ยวง่ายๆ รอบหอพักปรากฏอยู่ในนั้น
ไล่รวมไปถึงชื่อหนังใหม่ที่กำลังฉายอยู่ในโรงภาพยนตร์ช่วงนี้
แถมยังมีชื่อร้านอาหารที่เคยเห็นรีวิวบนอินเตอร์เน็ตเขียนอยู่ด้วย
เดทของพวกเขา
“เอาแบบที่นายชอบเลย” อีกฝ่ายพึมพำบอกแบบนั้นก่อนจะหลับตานอนไปจริงๆ
ยองแจมองคนข้างๆ ที่หลับไปง่ายๆ ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน
ใบหน้าอิดโรยเห็นได้ชัดขึ้นตอนที่อีกฝ่ายไม่มีเครื่องสำอางปกปิด
ทั้งๆที่วันพักมีน้อยกว่าคนอื่นอยู่แล้ว ก็ยังจะเอามาทำอะไรแบบนี้อีก
“อืม” ยองแจที่ฟุบหน้าลงข้างๆ
เรือนผมสีบอร์นที่โดนกัดจนขาวซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ด้วยความชอบของเจ้าตัวพึมพำบอกคนตรงหน้าที่พยักหน้ารับรู้
ปล่อยให้เวลาของพวกเขาผ่านไปแบบนั้น
...
“แล้วสรุปว่า เราจะไปเที่ยวกันที่ไหนล่ะ” แจ็คสันหันไปตามคนข้างๆ
ขณะที่ตัวเองหอบกล่องข้าวขนาดเล็กสองกล่องออกมาจากครัวมาหยุดยืนหน้าทางออกของหอพักพร้อมกับอีกฝ่ายที่ก้มหน้าดูมือถือเช็คโน่นนี่
“ที่นี่แหละ” ยองแจตอบ
ละสายตาจากโทรศัพย์มือถือเงยหน้าขึ้นมองเวลาบนนาฬิกาหน้าหอซึ่งเข็มสั้นกำลังชี้ไปที่เลขเก้าตรงเผง
บอกเวลาเก้าโมงเช้าพอดี พร้อมกับประตูห้องของลีดเดอร์ที่เปิดออก
เจบีในชุดเตรียมออกไปข้างนอกเต็มยศก้าวออกมาจากห้อง
ถัดไปคือห้องของมักเน่ไลน์ที่ยูคยอมกับจินยองพากันออกมา
“อ้าว จะไปไหนกันหรอ” แจ็คสันถามทั้งสามคนที่เดินมาสวมรองเท้าที่หน้าประตูทางออกของหอ
ด้วยความแปลกใจ เพราะวันนี้มันก็เป็นหยุดของคนอื่นเหมือนกัน
“ย้ายที่อยู่น่ะ เพราะเดี๋ยวที่นี่ต้องกลายเป็นที่เดทของคู่รักบางคู่”
จินยองแกล้งตอบจิกกัดคู่รักที่ว่า ขณะที่แจ็คสันยังไม่เข้าใจ
“ถึงวันนี้จะเป็นวันหยุด แต่พรุ่งนี้นายก็มีงานนะแจ็คสัน
อย่าทำอะไรจนลืมพักล่ะ” เจบีเตือนขณะที่มองคนอายุไล่เลี่ยกันที่ยังงงกับสถานการณ์ตรงหน้า
“ผมให้ยืมห้องใช้ได้นะครับ แต่อย่าลืมเปิดหน้าต่างระบายอากาศ” ยูคยอมก็ช่วยเสริมอีกแรง
เจ้าตัวได้แต่กระพริบตาปริบๆ
มองทั้งสามมองขำกับอาการของเขา
ขณะที่บอกโบกมือร่ำลากันเมื่อพวกนั้นพากันออกไปจากหอพัก
“ยองแจ นี่มันเรื่องอะไรกัน” คำพูดของจินยองทำให้แจ็คสันหันไปตามคนข้างๆ
ที่ยังมองนาฬิกาบนผนังห้องอยู่
พร้อมกับประตูห้องนอนของเขาที่เปิดออกพร้อมกับมาร์คที่เดินออกมา
“โทษที เพิ่งจองตั๋วได้น่ะ” มาร์คที่หันไปบอกยองแจรีบๆ
ก่อนจะรีบเดินไปเคาะประตูห้องมักเน่ที่อยู่ถัดไปไม่ไกล “แบมแบม
เสร็จรึยัง เราจะสายแล้วนะ”
ตึก
ตึก ตึก เสียงฝีเท้าในห้องดังไม่หยุดสักพักก่อนประตูห้องจะเปิดออก
แบมแบมในชุดออกไปข้างนอนเต็มยศไม่ต่างกันโผล่หน้าออกมา พร้อมกระเป๋า “มาร์คฮยอง เอาจริงหรอที่จะไปสวนสนุกอ่ะ เราอาจจะต้องคลุมโหม่งไปเลยนะ”
“อืม” “แต่โหม่งคืออะไร” มาร์คพยักหน้ายืนยันก่อนจะถามถึงคำศัพท์ซึ่งน่าจะเป็นของประเทศอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
ทำเอาแบมแบมปั้นหน้ายาก
“เอ่อ...โหม่งแบบ ประมาณว่าหน้ากากที่สวมหัวอ่ะ” อีกฝ่ายพยายามอธิบายขณะที่พากันเดินมาใส่รองเท้าหน้าประตูหอพัก
ก่อนจะหันมาล่ำลาสมาชิกสองคนในหอที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ได้ขยับตัวมาตั้งแต่ห้านาทีก่อน
“ขอให้เดทกันให้สนุกนะ แจ็คสันฮยอง ยองแจฮยอง พวกเรากลับกันสามทุ่มนะ”
“อืม ขอบคุณนะ” ยองแจพยักหน้ารับ
ก่อนมาร์คกับแบมแบมจะพากันออกไป ทิ้งให้ในห้องเหลือแต่แจ็คสัน และยองแจกันสองคน
“...”
แจ็คสันมองประตูหอพักที่ปิดสนิทตาปริบๆ
ก่อนจะหันไปมองยองแจที่ยืนนิ่งมองเขา
คำพูดของสมาชิกในวงทุกคนประกอบกับคำพูดของเด็กคนข้างๆ ค่อยๆ
ช่วยไขความสงสัยในสมองของเขาเมื่อกี้ว่า
“นายขอร้องให้คนอื่นออกไปข้างนอกในวันหยุด
เพื่อที่จะได้เดทกับฉันสองคนที่หอหรอ”
“อืม”
คุณพระ!! นี่นึกว่าโดนแกล้งอำนะเนี้ย
แจ็คสันมองเสี้ยวหน้าของยองแจที่หันหนีไปอีกทางไม่ยอมสบตาแจ็คสันก็ถูกลากเข้าไปในห้องนอนของอีกฝ่าย
โดยที่กล่องข้าวโดนวางทิ้งไว้ในห้องนั่งเล่น
พวกเรานั่งกันบนที่นอนนิ่งก่อนยองแจจะล้มตัวนอนพร้อมกับตบหมอนข้างตัว
“ยะ...ยะ ยองแจ หรือว่า...”
แจ็คสันหน้าขึ้นสี
มองอีกฝ่ายที่นอนจ้องตัวเองพลางขมวดคิ้ว เป็นครั้งแรกที่กลางวันแสดๆ
ยองแจเป็นคนเปิดเรื่องชวนเขาออกกำลังกายในที่ร่ม โอ้วววว ถึงจะสว่างไปหน่อยก็เถอะ
ร้อนด้วย แต่ถ้านายไม่แคร์เรื่องพวกนั้น ฮยองก็จะไม่แคร์เช่นกัน แต่..
นี่เขาอาจจะหื่นเกินไป น้องอาจจะไม่ได้ชวนเขาอยู่
“หรือว่าอะไรล่ะฮยอง ลงมาสิ มัวนั่งมืนอยู่นั่นแหละ”
โอ้โห
ไฟเขียวดวงใหญ่มาก พูดกันขนาดนี้ฮยองไม่สนใจแล้วนะเด็กยั่ว
แจ็คสันพลิกตัวขึ้นไปค่อมเหนืออีกฝ่ายที่เบิกตากว้างทันที
ก่อนจะโถมตัวลงไปหายองแจที่ร้องว๊ากสุดเสียง
“อ๊ากกกก ไม่ใช่ฮยอง!! ไม่ได้จะให้ทำแบบนี้
นอนข้างๆ เฉยๆ” มือขาวรีบยกขึ้นดันอกอีกฝ่ายที่ทิ้งน้ำหนักลงมาเต็มแรง
โคตรหนัก ขืนตัวพร้อมกับคนด้านบนที่พลิกตัวเล็กน้อยเปลี่ยนลงมานอนข้างๆ
คว้ามือคนนอนด้วยไปจับ
หื่นเกินไปจริงๆ
ด้วย
“เอ่อ... คุณชเว ยองแจครับ นี่เรากำลังทำอะไรกันอยู่หรอ” หลังจากนอนจับมือกับยองแจมองเพดานอยู่สักพักแจ็คสันก็ถามขึ้น เรียกคนข้างๆ
ที่นอนหลับตานิ่ง (หลับจริงๆ)
ค่อยๆปรือตาตื่นเหลือบมองมายังคนอายุมากกว่าที่มองตัวเองอยู่
“ก็เดทไง” ยองแจ
“เดท?”
“ใช่” เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าพยักหน้า ละสายตาจากอีกฝ่ายกลับตามองเพดานสีขาวค่อยๆ
ปรือตาลงจะหลับอีกครั้ง “ผมอยากรู้มาตลอดว่าการนอนเดทเนี้ยมันเป็นยังไง”
แจ็คสันมองเด็กข้างตัวที่หลับไปอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ตัวเขาเองนอนเหม่อมองเพดานห้องสีขาวตรงหน้าค่อยๆ รับรู้ถึงความเงียบงัน
ค่อยๆ รับรู้ถึงของสิ่งต่างๆ รอบตัวชัดเจน นอกเหนือจากเสียงผู้คน
หรือเสียงของแฟนคลับมากมายที่อยู่ห้อมล้อมพวกเขาเสมอ
เงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจที่เน้นสม่ำเสมอของตัวเอง
นานแค่ไหนแล้วที่เขาไม่ได้ใช้เวลานอนนิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบนี้
เดทแบบนี้มันอาจจะไม่เลวก็ได้
แจ็คสันคิดแบบนั้นก่อนจะหลับตามคนข้างๆ
ไปในเวลาอันรวดเร็ว
และการเดทครั้งนี้ของพวกเขาซึ่งถูกออกแบบและตระเตรียมการทั้งหมดโดยเด็กหนุ่มนามว่าชเว
ยองแจก็ได้ดำเนินต่อไป หลังจากนอนกันยาวจนมาตื่นอีกทีตอนบ่ายสอง
แจ็คสันกับยองแจก็นั่งกินมื้อเที่ยงพลางทะเลาะกันหน้าทีวี ชวนกันเล่นวีดีโอเกม
พาโค่อาบน้ำ ทำความสะอาดห้อง ชวนกันนั่งแต่งเพลงเล่น เวลาก็ล่วงเลยไปสองทุ่มกว่าๆ
โดยทั้งสองคนที่นอนแผ่กันอยู่บนพื้นห้องนั่งเล่นต่างฝ่ายต่างเงียบ
“เป็นเดทที่น่าเบื่อเนอะ ว่าไหม” คนอายุน้อยกว่าเอ่ยขึ้นขณะพลิกตัวมาสบตาคนอายุมากกว่าที่นอนอยู่
“ก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้น อย่างน้อยวันนี้ห้องนอนฮยองกับยองแจก็สะอาด” แจ็คสันหัวเราะขบขันกับมุขของตนเอง
เหลือบมองอีกฝ่ายที่จ้องตัวเองไม่หัวเราะตาม “ไม่ชอบหรอ”
“...”
ยองแจไม่ตอบ ใจจริงเดทที่เขาอยากได้ไม่ใช่อะไรแบบนี้
แต่เพราะเป็นห่วงอีกฝ่ายที่เพิ่งได้วันพักวันแรกในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา
ทำให้เขาเลือกจะเดทที่หอพักซึ่ง ไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไร ไม่ต้องเดินทางไปไหน
ไม่มีใครรบกวน ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ต้องปั้นแต่งกิริยาท่าทางเป็นตัวของตัวเอง
และอีกฝ่ายสามารถพักผ่อนได้เต็มที่
“ขอบคุณนะ ยองแจ”
แจ็คสันเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มกว้างให้คนอายุน้อยกว่าที่ค่อยๆ
ยิ้มตาม เขารู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเลือกทำแบบนี้
อีกฝ่ายออกแบบเดทครั้งนี้ได้ถูกใจเขามาก แต่จะดียิ่งกว่านี้อีกถ้า...
“ยองแจ”
“หืม”
“เดทวันนี้สนุกมาก” “ฮยองยังอยากได้อะไรจากยองแจนิดหน่อย
ยองแจทำให้ฮยองได้ไหมครับ”
“...”
สี่ทุ่มกว่า
เหล่าสมาชิกในวงที่เหลือซึ่งออกไปพักผ่อนตามที่ต่างๆ
รอบโซลก็พากันกลับมายังหอพักของตนเองซึ่งวันนี้เมนโวคอลอย่างยองแจได้ขอใช้เป็นสถานที่สำหรับเดทกับแจ็คสันหนึ่งวัน
ความจริงแล้วเวลาที่ตกลงกันไว้คือสามทุ่มแต่พวกเขาก็เลือกจะกลับมาช้ากว่านั้นสักนิด
เผื่อว่าสองคนนั้นจะยังเดทกันไม่เรียบร้อย
“อ้าว ไม่อยู่กันหรอ” แบมแบมที่เปิดประตูเข้ามาคนแรกมองหอพักที่ปิดไฟมือสนิทเงียบเชียบ
มือบางคลำไปตามผนังห้องก่อนจะเปิดไฟห้องนั่งเล่นที่ไม่มีคนอยู่
“อาจจะออกไปข้างนอกรึเปล่า” ยูคยอมว่า
ขณะที่พวกเขาทั้งห้าคนพากันเดินเข้ามาในห้องที่ไม่ได้มีอะไรแปลกไปจากปกติที่พวกเขาอยู่
พวกนั้นเดทกันยังไงนะ
ระหว่างที่สำรวจความเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปจนผิดสังเกตอย่างที่คาดการณ์ไว้ตอนแรก
มาร์คที่เปิดประตูเข้าไปในห้องตัวเองก็ชะงัก
ก่อนจะหันไปหาเจบีที่เพิ่งเดินออกมาจากในห้องครัว
“เจบี วันนี้ฉันไปนอนด้วยนะ”
“ได้สิ แต่ทำไม” เจบีมองมาร์คก่อนจะละสายตาจากอีกฝ่ายเลยเข้าไปในห้องนอนที่เป็นของมาร์คและแจ็คสัน
ซึ่งปิดไฟมืดสนิท เสียงเครื่องปรับอากาศดังแผ่วเบาเพราะถูกเปิดทิ้งไว้อยู่
และเขาก็พบสองคนที่ตามหา
บนเตียงชั้นล่างซึ่งเป็นของแจ็คสันตอนนี้ปรากฏเจ้าของเตียงที่นอนหลับสนิทในชุดนอน
ในอ้อมแขนคือยองแจที่อยู่ในชุดนอนไม่ต่างกันนอนกอดกันกลมอย่างมีความสุขไม่รับรู้สายตากรุ่มกริ่มของสมาชิกในวงที่ต่างยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายรูปหัวเราะคิกคัก
...
“ยองแจ”
“หืม”
“เดทวันนี้สนุกมาก” “ฮยองยังอยากได้อะไรจากยองแจนิดหน่อย
ยองแจทำให้ฮยองได้ไหมครับ”
ยองแจสบกับสายตาขี้เล่นของอีกฝ่ายที่มองตรงมายังเขาทั้งๆ
ที่นอนอยู่แววตาเหมือนพยายามจะบอกอะไรบางอย่างที่ทำเอาเขาหน้าแดงวูบก่อนจะหลบสายตาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว
“ไม่อ่ะ ไม่ได้”
“อ้าว ไหงงั้นล่ะ ยังไม่ทันได้บอกเลยว่าอะไร ปฏิเสธกันซะแล้ว” แจ็คสันโวยวาย ร่างสมส่วน (TT ไรเตอร์ไม่รู้จะแทนยังไง
สองคนนี้ตัวพอๆ กันเลย)
ดีดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วจ้องมองไปยังคนอายุน้อยกว่าที่ลุกขึ้นนั่งตาม “นะ ให้ฮยองนะ”
“ฮะ ฮยองก็บอกมาก่อนสิว่าอยากได้อะไรอ่ะ” ยองแจถามเสียงสั่นๆ
หน้าแดงไม่ไว้ใจสีหน้าแววตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาที่เขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
รู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับสิ่งที่เจ้าตัวจะขอชอบกล
“ฮยองอยากให้ยองแจไปอาบน้ำ...”
“ห๊ะ”
“เปลี่ยนชุดนอน...”
“...”
“นั่งรอบนเตียงในห้องฮยอง...”
“บ้า!” ยองแจตีแขนอีกฝ่ายอย่างแรงพร้อมกับลุกขึ้นตั้งท่าจะเดินหนี
ทำเอาแจ็คสันตกใจรีบคว้ามืออีกฝ่ายกุมไว้แน่นส่งสายตาอ้อน
“เดี๋ยวสิ ไม่ใช่แบบนั้น วันนี้ไม่ใช่” คนเป็นพี่พูดเสียงอ่อนจ้องตาคนเป็นน้องที่เต็มไปด้วยความระคนสงสัยขุ่นมัวไปหมด
“นะครับ ทำให้ฮยองหน่อยนะ”
“...”
ยองแจเม้มริมฝีปากลังเลอยู่สักพักก่อนจะค่อยๆ พยักหน้า “ก็ได้” จากนั้นก็เดินหายไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนไปนั่งรอบนเตียงของแจ็คสันเงียบเชียบ
ระหว่างที่อีกฝ่ายหายไปไหนสักแห่ง
“รอนานไหม” แจ็คสันในชุดนอนเปิดประตูห้องเข้ามาหาอีกฝ่ายที่หันไปตามเสียง
เขาเดินมาเปิดแอร์ เอื้อมมือไปปิดไฟ ก่อนจะเดินตรงมายังเตียงที่มีคนรักนั่งอยู่
“เอ่อ...เอ่อคือ...”
ถึงอีกฝ่ายจะบอกว่าไม่ใช่แบบนั้นก็เหอะ
แต่สถานการณ์สุ่มเสี่ยงอย่างประหลาดทำให้ยองแจที่จ้องตาอีกฝ่ายที่เดินเข้ามาหาตนเอง
พูดตะกุกตะกัก รู้สึกว่าเลือดในตัวเริ่มเคลื่อนที่เร็วขึ้น
และชักจะไปกองรวมกันอยู่จุดจุดเดียว
เขาอ้ำอึ้งอยู่แบบนั้นจนถูกอีกฝ่ายดันตัวลงนอนกับเตียงก่อนจะเคลื่อนกายมาค่อมอยู่ด้านบน
“ยองแจ” แจ็คสันเรียกเสียงกระเส่าพลางโน้มใบหน้าลงมาใกล้อีกฝ่ายจนปลายจมูกแตะกัน
ขณะที่เจ้าของชื่อได้แต่เบิกตากว้าง รับรู้แต่ว่าตัวเองกำลังจะเสียทีถูกคนตรงหน้าโกหกหลอกต้มอีกจนได้
แต่อีกแค่ไม่กี่เซนติเมตรริมฝีปากของพวกเขาจะสัมผัสกัน
แจ็คสันก็พลิกตัวหลบไปล้มตัวนอนข้างๆ โดยที่สองแขนโอบถึงเขาเข้ามาในอ้อมแขน “นอนกัน”
“ห๊ะ”
“วันนี้นอนกับฮยองที่นี่นะ นี่แหละเรื่องที่จะขอน่ะ”
“นอน?” “ตั้งแต่สามทุ่มเนี้ยนะ”
“ก็แบบนั่นแหละ ฝันดีนะ ยองแจ”
“...”
คนผิดคาดยังได้แต่นอนกระพริบตาปริบๆ
ในความมืดขณะที่เหลือบมองคนข้างๆ ที่หลับสนิทไปแล้วโดยใช้เวลาไม่ถึงสามนาที
คงจะเหนื่อยสะสมมามากจริงๆ นั่นแหละ เห็นแบบนั้นยองแจก็ถอนหายใจอย่างเสียดาย(?) ก่อนจะพลิกตัวมาหาคนข้างตัวพลางจ้องมองใบหน้ายามหลับอย่างเอ็นดู
“ฝันดีครับ แจ็คสันฮยอง”
END
Thanks
for Reading
TALK
จริงๆ
เขียนเหมือนเป็นตอนต่อจากเรื่อง Accident ค่ะ
พอใช้ความมโนผสมอิงเรียล
ก็พบว่าแจ็คแจคงไม่มีทางออกไปเดทข้างนอกได้ง่ายๆ แน่
เพราะแจ็คสันงานเยอะขนาด ถถถถถถ
ก็เลยจัดให้เดทกันในหอซะเลย (ไล่คนอื่นออกไปข้างนอกแทน) โถ
พูดคุย ติดชม ชวนหวีดโมเมนต์ได้เหมือนเดิมนะคะ
ขอบคุณค่ะ
ZZ
\