PART TWO :: JACKSON’s PART
SHIPPER
“ย่าห์ ยองแจ”
“ขอโทษครับ”
“ผิดอีกแล้วนะ ตั้งสติหน่อยสิ” “ถ้าวันนี้นายยังซ้อมพลาดแบบนี้
พวกเราจะไม่ได้นอนกันนะ”
“ขอโทษครับ”
“พัก 30 นาที”
ผมมองไปยังแฟนของตัวเอง
ชเว ยองแจ
เสียงหลักของวงที่กำลังยืนคุยอยู่กับหัวหน้าวงซึ่งกำลังคุยกับอีกฝ่ายอย่างเคร่งเครียด
จริงๆ ส่วนมากในบทสนทนา เด็กนั่นก็เอาก้มหัวขอโทษนั่นแหละ
วันนี้อีกฝ่ายผิดจนผิดปกติไปจริงๆ
แต่สิ่งที่น่าสงสัยกว่าก็คือรอยยิ้มหม่นที่แสร้งทำเป็นสดใส กับสีหน้าเรียบเฉย
ทั้งๆที่แววตาขุ่นมัวแบบนั้นต่างหาก
นายจะรู้ไหมว่า
ทุกอย่างที่นายคิดแสดงออกมาทางสีหน้าหมดเลยนะ
ผมมองอีกฝ่ายที่ทรุดตัวนั่งลงกับพื้นก่อนจะก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือของตัวเอง
หนีจากโลกแห่งความเป็นจริงตามนิสัยของเขา
ก่อนจะเหลือบไปข้างตัวเมื่อแบมแบมเดินถือบทเข้ามาหา
“ฮยอง .. ดูบทตรงนี้ให้ผมหน่อยดิ ฮยองว่าผมควรจะเล่นอะไรดีไหม”
ช่วงนี้แบมแบมมีงานเกี่ยวกับรายการวาไรตี้ต่างๆ
เข้ามา และเจ้าตัวก็ต้องการทำงานให้ออกมาดีที่สุด
ผมที่ทำงานแบบนี้มาก่อนจึงเป็นที่ปรึกษาให้เขาได้นอกเหนือจากเจบีฮยอง
กับจินยองฮยองที่ยุ่งอยู่กับงานอื่น
“ไหนๆ ขอดูหน่อย”
แน่นอน
อะไรที่ผมช่วยได้ ผมยินดีที่จะช่วยอยู่แล้ว เพราะต้องอ่านบทที่รับมาจากมืออีกฝ่าย
ทำให้ผมต้องละสายตาจากเจ้าตัวอ้วนขาวๆ
ที่ตอนนี้กำลังเงยหน้าคุยกับมาร์คซึ่งเดินเข้าไปชวนอีกฝ่ายคุย
สีหน้าเหลอหลาแบบนั้น
น่ารัก
ผมตื่นแต่เช้า
เพราะวันนี้ต้องออกไปถ่ายรายการกับแบมแบมด้วยกัน
แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเหลือบไปเห็นรูทเมทของตัวเองกำลังสวมโค้ดยาว
พร้อมกับหยิบกระเป๋า
“จะไปไหนหรอ มาร์ค”
“หืม ตื่นเช้านะแจ็คสัน”
“อืม...มีถ่ายรายการกับแบมแบมน่ะ” ผมยันตัวลุกจากเตียงง่วงๆ
เพราะเมื่อคืนเอาแต่แต่งเพลงจนลืมเวลานอนทำให้เพิ่งนอนได้แค่ไม่กี่ชั่วโมง “แบมแบมตื่นยัง”
“คิดว่ายัง ตอนไปอาบน้ำยังไม่เห็น” มาร์คตอบขณะที่กระชับกระเป๋า
“ฉันไปนะ”
ผมโบกมือไล่อีกฝ่ายที่เปิดประตูออกจากห้องไป
ก่อนจะขมวดคิ้ว เพราะที่หน้าห้องของผม มีเจ้าเด็กตัวขาวในชุดลำลองสบายๆ
กับกระเป๋าเป้ใบที่รู้สึกว่าจะเอาไว้ไปเรียนยืนรออยู่ อีกฝ่ายไม่ได้มองผม
แต่โค้งหัวให้มาร์ค ก่อนทั้งสองจะเดินออกไปด้วยกัน
ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในตัวของผม
แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่อยเปื่อย
ผมเหลือบมองนาฬิกาก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวเดินออกไปจากห้องตัวเอง
เพื่อไปปลุกเจ้าเด็กแสบ คนที่ต้องไปออกรายการด้วยกัน
“แบมแบม ตื่นได้แล้วโว้ยยยย”
ที่กองถ่าย
ทุกอย่างดูราบรื่นเป็นไปด้วยดี แบมแบมเองก็ทำงานออกมาได้ดีมาก
ผมซึ่งหมดคิวถ่ายแล้วและต้องรออีกคนถ่ายเสร็จเพื่อกลับพร้อมกัน
ทรุดตัวนั่งกับเก้าอี้ ขอเช็คข่าวเน็ตสักหน่อย
แต่พอนิ้วเลื่อนผ่านหน้าจอไปได้สักผม ผมก็ต้องขมวดคิ้ว
-มาร์คกับยองแจมาที่มหาวิทยาลัย-
-แก๊
พี่มาร์คมาทำอะไรที่มหาลัยของยองแจอ่ะ
ดูดิมีภาพทั้งสองคนกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหารด้วย
-ติดแท็กทีมมาร์คแจ-
-เฮ้ยไม่นะ
แบมแบมล่ะ แบมอยู่ไหนมาเก็บลุงกลับไปเร็วววว ติดแท็กมาร์คแบม -
-ยองแจคะ
ไม่เอานะคะลูก หนูเป็นสาวเป็นนาง-
“...อะไรว่ะ”
ผมกดเลื่อนนิวฟีดไปเรื่อยๆ
ซึ่งเต็มไปด้วยรูปสองคนนี้ในมหาลัย ก่อนจะมีรูปที่ทั้งสองที่หัวเราะด้วยกัน
ความรู้สึกโกรธปะทุขึ้นในตัวผมทันที
ยองแจเป็นแฟนเขาไม่ใช่หรอ
“ฮยอง เป็นไร ทำหน้าตาน่ากลัวเชียว”
แบมแบมที่ถ่ายเสร็จเดินเข้ามาหา
ยิ้มหน้าบานวิ่งเข้ามาหา เจ้าตัวดูดน้ำเย็นมองพี่ชายที่จ้องมองหน้าจอมือถือตัวเองนิ่ง
สงสัยจนต้องชะเง้อไปดูบ้าง รอยยิ้มหุบลงทันที
แจ็คสันเหลือบมองเจ้าน้องชายที่นิ่งไป
แบมแบมชอบมาร์ค
“มาร์คมันคงมีธุระที่มหาลัยนั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอก”
มือรีบเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า
ก่อนจะพูดปลอบใจเจ้าเด็กคิดมาที่ซึมลงไปทันที แบมแบมน่ะชอบมาร์ค ชอมมาก
ทั้งชอบทั้งชื่นชม มาร์คสำหรับแบมแบมเป็นทั้งผู้ปกครอง ทั้งพี่ ทั้งเพื่อน
เป็นทุกอย่างนั่นแหละ สำคัญกับแบมแบมยิ่งกว่าใคร แต่เพราะแบบนั้น
อีกฝ่ายเลยไม่กล้าที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองออกไป กลัวคนที่ชอบจะเปลี่ยนไป
“ป่ะ หาอะไรกินกันแล้ว .. กลับหอเหอะ”
ผมชวนอีกฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง
เผื่อว่ามันจะทำให้บรรยากาศรอบๆ ตัวเด็กแสบนี่ดีกว่านี้
อีกฝ่ายรู้ว่าผมกำลังเป็นห่วง รีบปรับสีหน้าให้ดีขึ้นก่อนจะชวนกินโน่นกินนี่ทันที
ขณะที่เดินกลับไปเอากระเป๋ากัน แล้วพวกเราก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเรียกหวานๆ
จากข้างหลัง
“แบมแบม <3”
ตกค่ำภายในหอพักของ GOT7 ปาร์ค จินยอง กำลังรู้สึกปวดหัวกับบรรยากาศมาคุแปลกๆ
เขาที่กำลังนอนเอกขเนกบนโซฟาในห้องโถง เพื่อจะรอเจบีอาบน้ำเสร็จ
ได้แต่เหลือบมองเจ้าเด็ก สามคนที่อาการไม่เหมือนกันเลยสักคน
งึมงำ
งึมงำ “เอ่อ...”
เริ่มจากแบมแบมที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาท่องบทของตัวเองสำหรับรายการที่จะไปถ่ายพรุ่งนี้
ทั้งๆ ที่สายตาเหลือบมองไปที่แจ็คสัน และยองแจที่นั่งอยู่ไม่ไกล
บางทีก็ส่งเสียงขึ้นมาเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่พอถูกทุกคน
รวมทั้งเขาหันมาจ้อง เด็กนี่ก็ก้มหน้าก้มตาท่องบทต่อ จะพูดอะไรก็พูดออกมาสิ
คลิก
คลิก คลิก
คนที่สอง..ยองแจ
เจ้าเด็กนี้ตั้งแต่กลับมาจากมหาลัยก็เอาแต่มาสิงอยู่หน้าทีวีเครื่องเดียวในหอ
แต่ไม่ได้ดูครับ เอาแต่กดเปลี่ยนช่องไปมา
ไม่ได้สนใจช่องที่ตัวเองกดข้ามไปเรื่อยนั่นเลยสักนิด
บนตักมีหนังสือเรียนภาษาอังกฤษวางทิ้งไว้โดยไม่คิดจะเปิดอ่าน ...ไม่ดูก็วาง รีโมตอ่ะ
คนอื่นเขาจะได้ใช้
“...”
และอีกคน..
เจ้าแจ็คสันนี้หนักสุด เสียงโวยวายที่ควรจะมีเมื่อเจ้านี่อยู่
กลับหายไปเหมือนโดนกด mute เอาไว้
ในห้องที่ปกติครึกครื้นด้วยเจ้าตัว จึงเงียบสนิทจนน่าอึดอัด
ตั้งแต่กลับมาจากถ่ายรายการกับแบมแบม เจ้านี่ก็เอาแต่นั่งปิดปากเงียบอยู่ข้างๆ
ยองแจที่เอาแต่นั่งเปลี่ยนช่องทีวี ไม่พูดไม่จา
เป็นอะไรกัน
“เฮ้อออออออออออออออออ”
จินยองถึงกับต้องถอนหายใจยาว
เสียงดังเรียกสายตาจากอีกสามคนที่นั่งอยู่ด้วยกันให้หันมา ก่อนจะเมินเขาผ่านไป
ครับ เจ้าสามคนนี้กำลังมีปัญหาแน่ๆ เขาควรจะบอกเจบีฮยองใช่ไหม
“ห้องน้ำว่างแล้ว จินยอง”
พูดถึงก็มาเลย
แค่นั้นแหละผมลุกจากโซฟาเดินหนีไปอาบน้ำทันที ขณะเจบีเดินออกมาจากห้องน้ำ
ผมที่สระเปียกลู่ไปกับใบหน้า เอาเช็ดผมลวกๆ พลางกวาดตามองน้องๆ
ในวงที่มารวมตัวอะไรกันในห้องโถง แล้วทีวี...
“ยองแจ ถ้าไม่ดูก็ปิด”
เขาบอกรุ่นน้องที่กดปิดทีวีอย่างว่าง่าย
หยิบหนังสือบนตักทำท่าจะลุกจากโซฟา แต่ถูกแจ็คสันคว้าข้อมือไว้
“วันนี้ให้ติวหนังสือให้ไหม ภาษาอังกฤษน่ะ” แจ็คสันสบตาอีกฝ่ายที่จ้องเขานิ่ง
ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่เป็นไรครับ ฮยองมีถ่ายพรุ่งนี้ไม่ใช่หรอ เดี๋ยวผมให้ –มาร์กฮยอง- สอน”
“มาร์คหรอ..”
ยองแจพยักหน้าตอบอีกฝ่ายที่ทวนคำตอบของเขา
ก่อนจะปล่อยข้อมือบางให้เป็นอิสระ เขาเดินออกมาเงียบๆ
ก่อนโค้งหัวให้เจบีฮยองที่มองอยู่ เจบีขมวดคิ้วขณะที่มอง
ยองแจที่เปิดเข้าไปในห้องของแจ็คสันและมาร์ก ซึ่งมาร์กกำลังนอนเล่นคอมอยู่
เป็นที่รู้กันดีว่า ถ้าเป็นเรื่องของภาษาอังกฤษ
พวกเขาจะไว้ใจให้แจ็คสันกับมาร์คสอน แต่ปกติคนที่สอนภาษาอังกฤษให้ยองแจ...
“ฮยอง”
เสียงเรียกอย่างเป็นห่วงของแบมแบม
ที่มองแจ็คสันซึ่งทิ้งตัวก่อนจะนอนยาวกับโซฟา ยกผ้าปิดตาขึ้นมาปิด
ไม่ต้องการที่จะสนทนาอะไรกับใคร ก่อนจะหันไปหาเจบีที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว
“พวกนายมีเรื่องอะไรกัน”
…
เสียงประตูห้องที่เปิดออก
พร้อมกับแสงสว่างจากห้องด้านในที่ลอดมายังห้องโถงที่ปิดไฟมืดสนิทปลุกให้ผมตื่นขึ้น
ผมยันตัวลุกขึ้นง่วงๆ เหลือบไปเห็น
ภาพยองแจที่โค้งขอบคุณมาร์กที่เดินมาส่งที่ประตูหน้าห้อง
มาร์คพูดอะไรสองสามอย่างเกี่ยวกับบทเรียน ก่อนจะชี้ไปที่หนังสือ ขณะที่เจ้าเด็กอวบทำท่าจะโวยวาย
อย่าไปทำตัวแบบนั้นกับคนอื่นได้ไหม
“ยองแจ”
ผมลุกจากโซฟาเดินไปหาอีกฝ่ายที่กำลังจะเปิดประตูกลับเข้าห้องของตัวเอง
เด็กนั้นค่อยๆ หันกลับมาสบตากับผมที่มองเขาอยู่
ความมืดทำให้พวกเราเห็นหน้ากันไม่ชัด ซึ่งผมไม่ชอบเลย ผมชอบที่จะมองหน้าเจ้านี่ชัดๆ
มากกว่า
“ครับ”
ฮยองทำอะไรให้นายโกรธรึเปล่า
พอจะถามเข้าจริงๆ
ปากก็ดันหนักจนพูดไม่ออก ความเงียบที่ตอบกลับไปทำให้ ยองแจขมวดคิ้ว
อีกฝ่ายจ้องหน้าผมที่จ้องเขาอยู่ก่อนนิ่ง
“ถ้าฮยองไม่มีอะไร ผมขอตัวไปนอนนะ ง่วงแล้ว”
เข็มนาฬิกาที่บอกเวลาตีสอง
กับรอยคล้ำใต้ตาอีกฝ่ายบอกผมได้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายง่วงแค่ไหน
แต่ผมจำเป็นต้องยื้อเวลาเอาไว้ มันเป็นความรู้สึก ว่าถ้าไม่คุยกันตอนนี้ ทุกๆ
อย่างจะสายเกินไปแน่
“...ฮยอง”
แต่ปากผมก็หนักเกินกว่าจะพูดอะไรออกมาได้
ทั้งๆที่กับคนอื่น ผมไม่เคยเป็นแบบนี้แท้ๆ สุดท้ายก็ทำได้แค่ดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้แน่นๆ
ผมซุกหน้าลงกับไหล่ของอีกฝ่าย ยองแจกอดตอบผม ก่อนจะลูบหัวผมเบาๆ
“เป็นอะไรหรอครับ เหนื่อยหรอ”
เขายืนนิ่งปล่อยให้ผมกอดอยู่สักพัก โดยที่มือไม่ได้หยุดลูบหัวผมเลย
ผมค่อยๆ คลายอ้อมแขนของตัวเอง ปล่อยเด็กตรงหน้าให้เป็นอิสระ ยองแจมองผม
“ไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันก็จะนอนเหมือนกัน”
ผมดันหลังเจ้าเด็กอวบไปที่ประตูห้องเบาๆ
แต่ผมคงมือหนักไปหน่อยทำเอาร่างนุ่มเกือบชนประตู
“ย่าห์ นี่ผมเกือบชนประตูแล้วนะ!”
ยองแจโวยวายก่อนจะรีบเงียบเสียงลงทันทีเมื่อรู้สึกว่าเสียงของตัวเองดังไป
เจ้าตัวจ้องผมเขม็งก่อนจะเปิดประตูห้องตัวเองเข้าไปทันที
แจ็คสันฮยอง ผมชอบฮยอง เรามาเป็นแฟนกันเถอะ
ใครจะคิดว่าอยู่ดีๆ
รุ่นน้องที่แอบสนใจมาสักพักจะเดินเข้ามาบอกชอบกันซึ่งๆ หน้า ใบหน้าขาวๆ ตาตี่ๆ
ที่จ้องผมมาอย่างซื่อตรงพร้อมกับสารภาพรักนั่น
ทำให้ผมที่ถูกเรียกออกมาคุยกันแค่สองคน ถึงกับตกใจไม่น้อยเลย
หา แฟน เอาดิ
แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธ
การจะลองเปิดใจกับใครสักคนไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถึงแม้ว่าตามสัญญาจะหามีแฟน
แต่คบกันในวง.. คงผ่อนผันไปได้มั้ง ฮ่ะฮ่ะ
และเวลาก็ทำให้ผมชอบเจ้าเด็กนี่มากขึ้นเรื่อยๆ
แกชอบยองแจแล้วหรอ
มาร์คถามขึ้นขณะที่ผมกำลังนั่งแชทอยู่กับยองแจในห้องนอนตัวเอง
ทั้งๆที่แค่ออกไปคุยก็ทำได้นะ
แต่ก็เลือกจะใช้วิธีนี้มากกว่าไม่รู้ว่าเพราะเห็นว่าเจ้าเด็กนั่นน่ะติดมือถือ
หรือเพราะผมปากหนักไม่กล้าคุยกับยองแจตรงๆเอง
หืม..
ชอบ ก็ชอบอยู่แล้ว
ผมตอบอีกฝ่ายที่ละสายตาจากหน้าจอคอมของตัวเองมามองผม
มาร์คจ้องผมนิ่งก่อนจะส่ายหน้าเหมือนผมไม่เข้าใจคำถามของเขา
ไม่ใช่ชอบแบบนั้น...
หมายถึง นายรักยองแจแล้วใช่ไหม
ห๊ะ
ผมถึงกับงงหนักกว่าเดิมกับคำพูดอีกฝ่าย
ชอบกับรัก ต่างกันด้วยหร๊อ จริงๆ ผมชอบทุกคนนะ
ชอบโน่นชอบนี่ ชอบไปหมดนั่นแหละ แน่นอนว่าของที่ไม่ชอบก็มี
แค่น้อยกว่า ไอ้คำว่า –แจ็คสันชอบยองแจ กับ แจ็คสันรักยองแจ-
มันต่างกันด้วยหรอครับ คุณมาร์ค
เอาเป็นว่า
ตอนนี้นายรู้สึกยังไงกับยองแจแล้ว
ซักจริงนะครับคุณต้วน
นี่ชอบน้องยองแจขึ้นมาหรอครับ เดี๋ยวผมจะเอาไปฟ้องน้องแบมแบมนะ
พอโดนหยอกจุดอ่อนไหวหน่อย
มาร์คต้วนที่กำลังซักไซ้ผมเรื่องยองแจถึงกับขมวดคิ้ว
ตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจังทันที
ฉันไม่ได้ชอบยองแจแบบนั้น
ครับๆ
แซวเล่นน่า กับยองแจน่ะหรอ...
...ไม่รู้สิ
ฉันชอบเด็กนั่นนะ มองมุมไหนก็น่ารักไปหมด แกล้งก็สนุก
ยิ่งตอนทำให้โวยวายเสียงดังได้นี่สนุกมาก ตอนทำให้หัวเราะได้ก็สนุก
ตอนทำให้ยิ้มก็สนุกนะ ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากจะดูแลเขา
ถึงเขาจะเป็นอัจฉริยะจนฉันไม่ต้องดูแลเลยก็เหอะ อ้อ...เหลือแค่ร้องแร๊ปกับภาษาอังกฤษนี่แหละที่ฉันยังพอช่วยได้
ฮ่ะฮ่ะ
ผมที่อุตส่าห์ตอบคำถามของรูทเมทตัวเองซะหวานละมุนเลี่ยนชวนมดเกาะขนาดนี้
ถึงกับเงิบเมื่อหันไป คุณมาร์ค ต้วนได้หันกลับไปจมอยู่กับหน้าจอคอมของตัวเองแล้ว
เฮ้ยยย คำถามใครว่ะ ไอ้เราก็อุตส่าห์ตอบซะดิบดี สรุปเมื่อกี้นี่คือละเมอหลุดออกมาจากโลกส่วนตัวใช่ป่ะ
แจ็คสัน
รัก ยองแจ = แจ็คแจ
ถึงจะยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองทั้งหมด
แต่คำตอบที่ตัวเองหาได้ก็ชัดเจนตั้งแต่มาร์คถามวันนั้นแล้ว
แจ็คสันมองประตูของเจบีกับยองแจที่ปิดเงียบไปนานแล้ว
ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาก็ปาไปตีสองครึ่ง พรุ่งนี้ถ่ายแต่เช้าอีก
นี่ตูมารำลึกความหลังอะไรหน้าห้องน้องเขาว่ะ
นอนเหอะแจ็คสัน
-END
SHIPPER PART (2)-
-SEE
U AT FINAL PART -
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น