วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

HoneyLemon (Jinson) 04





HoneyLemon 04

ห้าทุ่มกว่า ในที่สุดพวกเขาก็ฝ่าสมรภูมิรถติดกลับมาถึงหอพักได้สำเร็จ ทั้งๆที่ห่างกันแค่ไม่กี่ป้ายรถเมย์ ใช้เวลาแม่งโคตรเยอะ หรือพี่เจบีขี่มอไซต์กาก (รถกูใหญ่ต่างหาก สัส ขี่ลอดช่องไม่ได้) สองหนุ่มพุ่งตรงไปยังห้องพักเป้าหมายทันที พร้อมกับไขประตูเข้าไปแบบไม่เคาะด้วยซ้ำ

"มึงเลท ชั่วโมงกว่า" เสียงหวานดังขึ้น พร้อมกับร่างบางที่เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพเปียกปอนทั้งตัว สีหน้าบูดเบี้ยวบ่งบอกถึงอารมณ์หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

"อ่า...โทษที รถติด รถติดจริงๆนะ!" เจบีถึงกับต้องย้ำถึงสองรอบเพื่อให้แฟนสาวของตนเองที่หางคิ้วกระตุก ไม่ใช่เพราะคำตอบ แต่เพราะไอ้รุ่นน้องหน้าหวานข้างหลังเขาต่างหาก "จ..จินยอง มึงรีบเอาแจ็คสันกลับห้องไปสิว่ะ"

"ห๊ะ อ้อ ครับ" ชายหนุ่มที่กำลังจ้องตาสร้าง eye contact กับหนุ่มหน้าหวานในห้อง ซึ่งน่าจะเป็นแฟนเจบีฮยอง สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะขอตัวเข้าห้องตรงไปยังเตียงนอนสำหรับสองคนติดระเบียง ซึ่งตอนนี้มีแขกอีกคนนอนหลับสนิทอยู่ โดยที่เตียงเปียก หมอนเปียก ผ้าห่มเปียก คนนอนอยู่เปียก ทุกอย่างเปียก

คนเราเป็นไข้แล้วเหงื่อออกได้ขนาดนี้เลยหรอ?

"เมื่อกี้ฉันเช็ดตัวให้มัน ตอนนี้มันคงตัวไม่ร้อนหรอก"  เช็ดตัวหรือทำน้ำหกใส่กันครับ ถถถถ เปียกจนเห็นไปถึงเสื้อกล้าม (นี่ก็หวง)

เสียงอธิบายดังตามมาข้างหลัง ขณะที่จินยองก้มตัวลงช้อนร่างของคนหลับขึ้นไม่พูดไม่จา สร้างความแปลกใจให้ยองแจอย่างมาก.. ปกติมันต้องปลุกกันป่าวว่ะ ตอนแรกนึกว่ามันเป็นเพื่อนไอ้แจ็คสัน สงสัยไม่ใช่

"ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลแจ็คสันให้ ฮยอง ผมขอตัว" จินยองผงกหัวให้ทั้งสอง ก่อนจะพาคนป่วยในอ้อมแขนที่ตัวร้อนจัดซ้ำยังเปียกโชกไปด้วยเหงื่อและน้ำจากการปฐมพยาบาลเบื้องต้น รีบกลับห้องอย่างรวดเร็ว

...

ความรู้สึกแรกเมื่อสติกลับมาคือไอร้อนที่ปล่อยพลังงานรังสีไปทั่วร่างกายทำเอารู้สึกไม่สบายตัวอย่างแรง ซ้ำยังดูดเรี่ยวแรงหายไปหมดอีก แจ็คสันพยายามยกเปลือกตาของตัวเองที่ปิดตาดำอย่างยากลำบาก กล้ามเนื้อทั่วร่างกายแล่นแปร็บเมื่อเขาขยับตัว

"อือ น.."

เสียงแหบแห้งขาดหายไปขณะที่เอื้อมมือไปข้างหน้าควานหาสิ่งที่ต้องการ พร้อมสัมผัสทรงกระบอกของแก้วน้ำที่มือขวา เขาตวัดสายตาไปทิศทางนั้นทันทีก่อนจะขมวดคิ้ว "คุณ"

กูมาอยู่ในห้องไอ้หล่อปริศนานี่ได้ไงว่ะ?
แล้วเจบี กับเจ๊ไปไหน?
ที่สำคัญคือทำไมมันถึงมาดูแล?

"เรียกผม จินยอง ก็ได้ครับ" อีกฝ่ายมองเขาดื่มน้ำจนหมดแก้ว พร้อมกับมือเย็นที่ทาบลงบนหน้าผาก ก่อนจะไล่ลงไปที่แก้มและลำคอ "ไข้ยังไม่ลด คุณนอนต่อเถอะ ครบเวลากินยาลดไข้อีกทีแล้วผมจะปลุกเอง"

"..." แม้ว่าจะมีคำถามไหลเข้ามาเต็มหัว แต่เพราะไม่มีแรงจะทำอะไร แจ็คสันจึงยอมนอนลงแต่โดยดี มองตามอีกฝ่ายที่นำเอาแก้วน้ำของเขาไปเก็บในครัว เดินหายไปในห้องน้ำเอาอ่างน้ำกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กออกมา ตรงมาที่เตียงจุ่มผ้าลงในอ่างน้ำ เฮ้ย.. ไม่จริงอ่ะ อย่าคิดว่าเขาจะยอมให้เอาของเย็นๆ นั่นมาโดนตัวกันง่ายๆ นะเฟ้ย ยิ่งหนาวๆอยู่ คิดแล้วก็รีบซุกตัวลึกเข้าไปในผ้าห่มทันที "ไม่เอา"

"ไข้สูง ก็ต้องเช็ดตัว ไข้จะได้ลด" จินยองที่หันกลับมาพร้อมผ้าเปียกหมาดๆ แจ็คสันส่ายหน้ารัวๆ ก่อนจะรีบดึงผ้าห่มให้สูงขึ้นรั้งไว้สุดแรงไม่ให้อีกฝ่ายดึงออกไปจากเขาได้ "แจ็คสัน"

"ไม่เอา ไม่เช็ด หนาว"  "เดี๋ยวไข้มันก็ลด" คนป่วยพูดงุ้งงิ้งอยู่ใต้ผ้าห่มที่ถูกดึงอยู่สูงจนโผล่ออกมาแค่ลูกตาซึ่งกำลังพยายามส่งสายตาออดอ้อนไปยังอีกคนที่จ้องเขาดุ

"ไม่ได้ครับ รีบเช็ดตัวเถอะ คุณจะได้นอนพักต่อ" จินยองพยายามใช้ไม้อ่อนเข้าสู้ แต่คนป่วยก็งอแงไม่ยอมท่าเดียว แถมยังทำท่าจะมุดหนีเข้าไปในผ้าห่มอีก พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนเช็ดตัวก่อนหน้าสภาพถึงได้เละขนาดนั้น

"ไม่"

"แจ็คสัน"

"..." แจ็คสันที่มุดอยู่ใต้ผ้าห่มจนเหลือแต่ลูกตามองอีกฝ่ายที่ถอนหายใจยาววางผ้าสะอาดลงในอ่างน้ำก่อนจะลุกกลับไปยังโต๊ะหนังสือพร้อมกับทรุดตัวนั่งอ่านหนังสือที่เหมือนอีกฝ่ายจะเปิดค้างไว้ ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก พอโล่งอกเสร็จเปลือกตาก็หนักขึ้นมาเฉยๆ และ

"..." เสียงลมหายใจสม่ำเสมอทำให้คนที่ (ทำเป็น) ละทิ้งความตั้งใจลุกจากโต๊ะหนังสืออีกครั้งก่อนจะตรงมายังร่างบางที่หลับสนิทบนเตียงพร้อมกับดึงผ้าห่มลง มีเรื่องต้องขอโทษนายเพิ่มอีกเรื่องแล้วสินะ แจ็คสัน

แปลก..

แจ็คสันที่กำลังนั่งกินข้าวต้มฝีมือเจ้าของห้องพัก ที่เขาเรียกมันว่า ไอ้หล่อปริศนา จริงๆ ก็จำชื่อมันได้แล้วล่ะ แต่ยังรู้สึกแปลกๆอยู่เลยยังไม่อยากจะเรียก แอ๊บโง่จำไม่ได้ต่อไป ว่าแล้วก็เหลือบมองไปยังเจ้าของห้องที่ว่าซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงห้องสีหน้าเคร่งเครียด หลังจากตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่เพราะโดนไอ้หมอนี่มันปลุกมากินข้าวกินยาตอนเช้า ไอ้หล่อนี่บอกสั้นๆว่า -วันนี้ผมมีเข้าเวรตอนเช้า มื้อเที้ยงอยู่ในครัว มีอะไรให้กดเบอร์ห้องเจบีฮยอง แล้วผมจะรีบกลับมาตอนเย็น- มันสั้นตรงไหนว่ะ!!! สั่งเสียซะหยั่งว่าสภาพตอนนั้นเขาป่วยหนักหนาสาหัสขนาด แล้วถ้าคิดแบบนั้น ไอ้ที่ทิ้งเขาให้นอนอยู่ในห้องมันคนเดียวเนี้ยมันใช่เรื่องป่ะะะ แถมยังไม่กลัวว่ากลับมาเขาจะยกเคาท์ห้องมันจนหมดห้องหรอว่ะ หน้าตาเขาดูน่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยรึไง

"กูว่าไม่"

"ไม่อะไรหรอครับ"

แล้วไอ้หล่อที่กำลังทำให้เขารู้สึกแปลกๆ มันก็ถามขึ้น (อ้าว มันคุยโทรศัพย์เสร็จตอนไหน) โดยที่มันยืนถือยาที่เขาต้องกินอยู่ข้างเตียง เชี่ย เพราะคิดติดต่อกันยาวเกินหกบรรทัดนี่แหละทำเอาเผลอพูดตอบตัวเองออกมาแบบนี่ ไอ้แจ็คเอ้ยยยย

          "อ่า..ไม่มีอะไร นั่นยาของฉันใช่ป่ะ เอามาๆ" เพื่อแก้สถานการณ์ตรงหน้าทำให้แจ็คสันรีบส่งชามข้าวต้นที่เพิ่งกินได้แค่ครึ่งเดียวให้อีกฝ่าย พร้อมกับรับยาของตัวเองมา แต่สงสัยจะขยับตัวเร็วไปหน่อย ความเจ็บที่สะโพกแล่นแปร็บบบ จนต้องร้อง "โอ้ย"

"เจ็บสะโพกหรอครับ" อีกฝ่ายดูตกใจไม่ต่างจากคนร้องที่หน้าขึ้นสีด้วยความอับอายอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งเห็นสีหน้ามันเป็นห่วงขนาดนั้น มึงช่วยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแทนได้ไหม

"เงียบน่า ไม่เกี่ยวกับมึง อ่ะ คุณ"  แวบนึงที่เผลอตัวพูดแบบปกติออกไป แต่พอเห็นสีหน้าอีกฝ่ายที่ชะงักก็ต้องรีบเปลี่ยนเป็นอีกแบบ "โทษที"

อีกฝ่ายส่ายหน้า รอจนเขากินยาเสร็จก่อนจะเดินเอาชามข้าวกับแก้วน้ำของเขาไปเก็บให้ครัว แล้วเดินกลับมาทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างเตียง อะไรของมันว่ะ "แจ็คสัน จริงๆแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวกับผมครับ"

"ห๊ะ"

..
..
..
..
..

"...กูกับมึง"

เวลาสองทุ่ม กับหลายนาทีกว่าๆ วันที่ xx/xx/xx ชีวิตของหวังแจ็คสัน วัยยี่สิบปีต้นๆ ก็ได้รู้สึกถึงคำว่าเหมือนโลกหยุดหมุนครั้งแรกในชีวิต ฟังดูเหมือนโรแมนติก แต่จริงๆไม่ใช่อะไรแบบนั้น มันไม่ใช่เพราะตกหลุมรัก ไม่ใช่เพราะผมถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง หรือเพราะอะไรต่างๆนานาพวกนั้น แต่เพราะคำอธิบายเมื่อ 5 นาทีก่อนของคนตรงหน้าที่กำลังจ้องใบหน้าผมนิ่ง ผมไม่สามารถบรรยายได้เหมือนกันว่าตอนนี้ผมกำลังทำหน้าตาแบบไหน มีกระจกให้สักบานไหม นี่จะขอยืมมาส่องหน้าตัวเองดู

"อืม อย่างที่อธิบายนั่นแหละ" สีหน้ากังวลของคนตรงหน้าฉายชัดไม่มีปิดบัง แววตาบ่งบอกถึงความเป็นห่วงผมมากเกินกว่าคนเพิ่งรู้จักกันจะให้กันได้ ก็อาจจะไม่แปลกเมื่อเราข้ามสะพานของคำว่าเพิ่งรู้จักกันมาไกลมาก ด้วยการจบการศึกษาเรียนรู้สภาพร่างกายของแต่ละฝ่ายกันไปเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าผมเพิ่งจะรู้เรื่องนี้ก็ตาม

"แสดงว่าสภาพกรูตอนนี้ไม่ได้มาจากอุบัติเหตุกรูล้มหน้าหงายจนตูดแหก แต่ถูกมึงแหกตูดจนฉีก" ผมพยายามสรุปเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างมีสติ .. น้ำเสียงผมไม่ได้ดูสั่นๆ ใช่ไหม

"จะพูดแบบนั้นก็ได้" จากนั้นอีกฝ่ายลุกขึ้นยืดเต็มความสูงมองหน้าผมก่อนจะก้มหัวลง 90 องศาให้ผมที่นั่งอยู่บนเตียงทันที "ขอโทษ"

ไม่บอกกรู หลังจากมีลูกด้วยกันไปแล้วสองเลยล่ะ ถถถถถถถ

ทุกอย่างในห้องเงียบ ผมไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงนาฬิกา อาจจะเป็นเพราะเจ้าของห้องใช้นาฬิกาแบบไฟฟ้า ทำให้ผมไม่ได้ยินเสียงเข็มวินาทีที่ควรจะขยับ เมื่อห้านาทีก่อน ชายตรงหน้า ปาร์ค จินยอง เล่าให้ผมฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ผมมากินเหล้ากับไอ้เจบีแล้วหลับไปอย่างละเอียด จริงใจ ตรงไปตรงมา เข้าท่าไหน ออกองศาอะไร ทำกันไปกี่กระบวนท่า จนอยากจะบอกมันว่า มึงช่วยโกหก ไม่ก็ละเหตุการณ์บางอย่างไปก็ได้ กูอาย

แต่สรุปได้แน่ๆ คือ กรูกับมันแม่งได้กันในคืนนั้น

WTF!! นี่กรูเสียซิงให้มันไปแล้ว แถมกรูยังจำไม่ได้ด้วย!! ทำไมกูเป็นคนแบบนี้ว่ะอย่างน้อยก็ควรจะจำได้บ้าง (ไม่ใช่!!) หมายถึง ทำไมกรูถึงไปสมยอมกับมัน (ไม่ใช่โว้ย!!) คือทำไมกรูถึง.. โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

แล้วไอ้อาการเจ็บป่วยนี้ยิ่งเป็นพยานนอนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อีก แน่นหนาซะกูไม่อยากยอมรับ ปวดเพราะอะไร เจ็บเพราะอะไร

มันก็ถูกแหละล้มก้นจ้ำเบ้าที่ไหนต้องทายาที่รูตูดกันบ้างว่ะ ถถถถถ

"ช่างมันเหอะ"

ลืมๆ ไปซะอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดก็เป็นได้ คนบนเตียงส่งเสียงพูดออกมาอีกครั้งหลังจากเงียบไปนานเกือบ 15 นาที คำพูดที่ทำเอาคนที่ก้มหัวอยู่เงยหน้าอย่างตกใจ

"แต่"

"กูบอกว่าช่างมันเหอะไง!!"

มึงนี่ก็เซ้าซี้จริง แจ็คสันตวาดใส่อีกฝ่ายที่จะเอ่ยค้านจนต้องเงียบเสียงลงไป ร่างบางบนเตียงขยับตัวลุกอย่างยากลำบากผลักคนข้างเตียงให้หลบไปอีกทางก่อนจะพยุงร่างกายที่อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจไปก้มหยิบกระเป๋าเป้ของตนเองที่วางไว้หลังตู้

"ถึงคุณจะพูดแบบนั้น แต่ผมทำไปแล้ว ผมจะรับผิดชอบคุณ"

"มึงจะรับผิดชอบอะไร ในเมื่อกูกับมึงเป็นผู้ชายเหมือนกัน คิดซะว่าเป็นวิทยาทาน เป็นประสบการณ์ไปดิ"

เป็นไงล่ะ ถึงประโยคข้างหน้ากูจะดูเหมือนตุ๊ดงอนไปหน่อย แต่ข้างหลังนี่กูแมนมากนะพูดเลย คิดดูจะมีใครหน้าไหนพร้อมจะพรีกาย(ทั้งๆ ที่มีชีวิต) เพื่อการความรู้และประสบการณ์ของคนอื่นได้ขนาดนี้ แต่ทำไมประตูห้องมันถึงอยู่ไกลจังว่ะ เมื่อไหร่กูจะเดินถึงสักที กูรีบนะเนี้ย กูมีธุระต่อ (กูอ้าง)

"แจ็คสัน"

เสียงอ่อนโยนดังขึ้นพร้อมกับผมที่รู้สึกตัวว่าตัวเองยืนก้มหน้านิ่งไม่ได้ขยับไปจากข้างเตียงอย่างที่ตั้งใจสักนิดเดียว อีกฝ่ายจับผมหันกลับไปหาเขา สัมผัสเปียกชื้นที่แก้มตัวเอง เพราะมือคนตรงหน้าปาดน้ำตาของผมที่ไหลไม่หยุด อ้าวกูร้องไห้ตั้งแต่เมื่อไหร่?? อย่าดิ๊ หยุด น้ำตากูสั่งให้มึงหยุดไง ภาพพจน์ความแมนเมื่อหลายวินาทีของกูพังป่นปี้หมด

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ยิ่งปาดออกมันก็ยิ่งไหล จากที่มีแค่น้ำตาไหลอย่างเดียว ผมเริ่มสะอื้นออกมา

"แจ็คสัน อย่าร้อง ผมขอโทษ" อีกฝ่ายดึงผมไปกอดในอ้อมแขนแน่น พร้อมกับรองรับกำปั้นจากสองมือของผมที่เริ่มระดมทุบเขาไม่หยุด

"มึงทำยังงี้กับกรูได้ไงว่ะ มึงมันใจร้าย ใจร้ายมาก หัวใจกรูยิ่งไม่โอเคอยู่ แล้วมึงมาทำให้ร่างกายกูเจ็บด้วยได้ยังไง ฮืออออ"ด่าไปสะอื้นไป มือขาวทุบอีกฝ่ายที่กอดเขานิ่งพูดขอโทษซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่รู้สึกว่าดีกับคำพูดขอโทษของมัน

ขอโทษจริงๆ” “ให้ผมรักษาคุณนะ ..ให้ผมได้รักษาทั้งร่างกายและหัวใจของคุณ..

ทุกอย่างจบลงแค่ตรงนั้น แสงเช้าผ่านหน้าต่างห้องเข้ามาบอกว่าวันใหม่ จริงๆก็ไม่เพราะตื่นตีห้าก่อนอาทิตย์ขึ้น ด้วยตัวผมที่ตื่นขึ้นมาก่อน และพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงเดิม ห้องเดิมกับเมื่อวาน ข้างตัวคือเจ้าของห้องที่หลับอยู่ข้างๆ เห็นหน้ามันก็ตกใจรีบก้มตรวจดูความเรียบร้อยของร่างกายตัวเอง และพบว่าทุกอย่างอยู่ครบและไม่ผิดองศาไปจากเมื่อวานจนผิดสังเกตค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย

ผมรีบลุกจากเตียงให้เงียบที่สุด เดินไปคว้ากระเป๋าก่อนจะเดินตรงไปยังประตูทางออก คำพูดกับการกระทำแปลกๆ ของอีกฝ่ายเมื่อวานทำให้ผมเหลือบหันกลับมามองคนที่หลับสนิทอยู่บนเตียงลึกด้านใน

ไม่ว่ายังไงตอนนี้ เขาก็ยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับอะไรทั้งนั้นอ่ะ


To B CON


"เจบี กูมีเรื่องจะปรึกษามึง"
"เชี่ยแจ็ค ถ้ามึงอยากรู้ มึงก็ไปถามเขาสิว่ะ มึงมาถามกรูทำไม"

"ผมรักคุณแจ็คสัน"
"..รัก?"
"รักมาตลอดสามปี"

Thanks for Reading




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น