HoneyLemon 04
ห้าทุ่มกว่า
ในที่สุดพวกเขาก็ฝ่าสมรภูมิรถติดกลับมาถึงหอพักได้สำเร็จ
ทั้งๆที่ห่างกันแค่ไม่กี่ป้ายรถเมย์ ใช้เวลาแม่งโคตรเยอะ หรือพี่เจบีขี่มอไซต์กาก
(รถกูใหญ่ต่างหาก สัส ขี่ลอดช่องไม่ได้) สองหนุ่มพุ่งตรงไปยังห้องพักเป้าหมายทันที
พร้อมกับไขประตูเข้าไปแบบไม่เคาะด้วยซ้ำ
"มึงเลท ชั่วโมงกว่า" เสียงหวานดังขึ้น
พร้อมกับร่างบางที่เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพเปียกปอนทั้งตัว
สีหน้าบูดเบี้ยวบ่งบอกถึงอารมณ์หงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
"อ่า...โทษที รถติด รถติดจริงๆนะ!"
เจบีถึงกับต้องย้ำถึงสองรอบเพื่อให้แฟนสาวของตนเองที่หางคิ้วกระตุก
ไม่ใช่เพราะคำตอบ แต่เพราะไอ้รุ่นน้องหน้าหวานข้างหลังเขาต่างหาก "จ..จินยอง
มึงรีบเอาแจ็คสันกลับห้องไปสิว่ะ"
"ห๊ะ อ้อ ครับ" ชายหนุ่มที่กำลังจ้องตาสร้าง eye contact กับหนุ่มหน้าหวานในห้อง ซึ่งน่าจะเป็นแฟนเจบีฮยอง สะดุ้งเล็กน้อย
ก่อนจะขอตัวเข้าห้องตรงไปยังเตียงนอนสำหรับสองคนติดระเบียง
ซึ่งตอนนี้มีแขกอีกคนนอนหลับสนิทอยู่ โดยที่เตียงเปียก หมอนเปียก ผ้าห่มเปียก
คนนอนอยู่เปียก ทุกอย่างเปียก
คนเราเป็นไข้แล้วเหงื่อออกได้ขนาดนี้เลยหรอ?
"เมื่อกี้ฉันเช็ดตัวให้มัน ตอนนี้มันคงตัวไม่ร้อนหรอก" เช็ดตัวหรือทำน้ำหกใส่กันครับ ถถถถ เปียกจนเห็นไปถึงเสื้อกล้าม (นี่ก็หวง)
เสียงอธิบายดังตามมาข้างหลัง
ขณะที่จินยองก้มตัวลงช้อนร่างของคนหลับขึ้นไม่พูดไม่จา
สร้างความแปลกใจให้ยองแจอย่างมาก.. ปกติมันต้องปลุกกันป่าวว่ะ
ตอนแรกนึกว่ามันเป็นเพื่อนไอ้แจ็คสัน สงสัยไม่ใช่
"ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยดูแลแจ็คสันให้ ฮยอง ผมขอตัว"
จินยองผงกหัวให้ทั้งสอง
ก่อนจะพาคนป่วยในอ้อมแขนที่ตัวร้อนจัดซ้ำยังเปียกโชกไปด้วยเหงื่อและน้ำจากการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
รีบกลับห้องอย่างรวดเร็ว
...
ความรู้สึกแรกเมื่อสติกลับมาคือไอร้อนที่ปล่อยพลังงานรังสีไปทั่วร่างกายทำเอารู้สึกไม่สบายตัวอย่างแรง
ซ้ำยังดูดเรี่ยวแรงหายไปหมดอีก
แจ็คสันพยายามยกเปลือกตาของตัวเองที่ปิดตาดำอย่างยากลำบาก
กล้ามเนื้อทั่วร่างกายแล่นแปร็บเมื่อเขาขยับตัว
"อือ น.."
เสียงแหบแห้งขาดหายไปขณะที่เอื้อมมือไปข้างหน้าควานหาสิ่งที่ต้องการ
พร้อมสัมผัสทรงกระบอกของแก้วน้ำที่มือขวา
เขาตวัดสายตาไปทิศทางนั้นทันทีก่อนจะขมวดคิ้ว "คุณ"
กูมาอยู่ในห้องไอ้หล่อปริศนานี่ได้ไงว่ะ?
แล้วเจบี
กับเจ๊ไปไหน?
ที่สำคัญคือทำไมมันถึงมาดูแล?
"เรียกผม จินยอง ก็ได้ครับ" อีกฝ่ายมองเขาดื่มน้ำจนหมดแก้ว
พร้อมกับมือเย็นที่ทาบลงบนหน้าผาก ก่อนจะไล่ลงไปที่แก้มและลำคอ "ไข้ยังไม่ลด
คุณนอนต่อเถอะ ครบเวลากินยาลดไข้อีกทีแล้วผมจะปลุกเอง"
"..." แม้ว่าจะมีคำถามไหลเข้ามาเต็มหัว แต่เพราะไม่มีแรงจะทำอะไร
แจ็คสันจึงยอมนอนลงแต่โดยดี มองตามอีกฝ่ายที่นำเอาแก้วน้ำของเขาไปเก็บในครัว
เดินหายไปในห้องน้ำเอาอ่างน้ำกับผ้าเช็ดตัวผืนเล็กออกมา
ตรงมาที่เตียงจุ่มผ้าลงในอ่างน้ำ เฮ้ย.. ไม่จริงอ่ะ
อย่าคิดว่าเขาจะยอมให้เอาของเย็นๆ นั่นมาโดนตัวกันง่ายๆ นะเฟ้ย ยิ่งหนาวๆอยู่
คิดแล้วก็รีบซุกตัวลึกเข้าไปในผ้าห่มทันที "ไม่เอา"
"ไข้สูง ก็ต้องเช็ดตัว ไข้จะได้ลด"
จินยองที่หันกลับมาพร้อมผ้าเปียกหมาดๆ แจ็คสันส่ายหน้ารัวๆ
ก่อนจะรีบดึงผ้าห่มให้สูงขึ้นรั้งไว้สุดแรงไม่ให้อีกฝ่ายดึงออกไปจากเขาได้
"แจ็คสัน"
"ไม่เอา ไม่เช็ด หนาว" "เดี๋ยวไข้มันก็ลด"
คนป่วยพูดงุ้งงิ้งอยู่ใต้ผ้าห่มที่ถูกดึงอยู่สูงจนโผล่ออกมาแค่ลูกตาซึ่งกำลังพยายามส่งสายตาออดอ้อนไปยังอีกคนที่จ้องเขาดุ
"ไม่ได้ครับ รีบเช็ดตัวเถอะ คุณจะได้นอนพักต่อ"
จินยองพยายามใช้ไม้อ่อนเข้าสู้ แต่คนป่วยก็งอแงไม่ยอมท่าเดียว
แถมยังทำท่าจะมุดหนีเข้าไปในผ้าห่มอีก พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมตอนเช็ดตัวก่อนหน้าสภาพถึงได้เละขนาดนั้น
"ไม่"
"แจ็คสัน"
"..." แจ็คสันที่มุดอยู่ใต้ผ้าห่มจนเหลือแต่ลูกตามองอีกฝ่ายที่ถอนหายใจยาววางผ้าสะอาดลงในอ่างน้ำก่อนจะลุกกลับไปยังโต๊ะหนังสือพร้อมกับทรุดตัวนั่งอ่านหนังสือที่เหมือนอีกฝ่ายจะเปิดค้างไว้
ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก พอโล่งอกเสร็จเปลือกตาก็หนักขึ้นมาเฉยๆ และ
"..." เสียงลมหายใจสม่ำเสมอทำให้คนที่ (ทำเป็น)
ละทิ้งความตั้งใจลุกจากโต๊ะหนังสืออีกครั้งก่อนจะตรงมายังร่างบางที่หลับสนิทบนเตียงพร้อมกับดึงผ้าห่มลง
มีเรื่องต้องขอโทษนายเพิ่มอีกเรื่องแล้วสินะ แจ็คสัน
แปลก..
แจ็คสันที่กำลังนั่งกินข้าวต้มฝีมือเจ้าของห้องพัก
ที่เขาเรียกมันว่า ไอ้หล่อปริศนา จริงๆ ก็จำชื่อมันได้แล้วล่ะ
แต่ยังรู้สึกแปลกๆอยู่เลยยังไม่อยากจะเรียก แอ๊บโง่จำไม่ได้ต่อไป
ว่าแล้วก็เหลือบมองไปยังเจ้าของห้องที่ว่าซึ่งกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ที่ระเบียงห้องสีหน้าเคร่งเครียด
หลังจากตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่เพราะโดนไอ้หมอนี่มันปลุกมากินข้าวกินยาตอนเช้า
ไอ้หล่อนี่บอกสั้นๆว่า -วันนี้ผมมีเข้าเวรตอนเช้า มื้อเที้ยงอยู่ในครัว
มีอะไรให้กดเบอร์ห้องเจบีฮยอง แล้วผมจะรีบกลับมาตอนเย็น- มันสั้นตรงไหนว่ะ!!!
สั่งเสียซะหยั่งว่าสภาพตอนนั้นเขาป่วยหนักหนาสาหัสขนาด แล้วถ้าคิดแบบนั้น
ไอ้ที่ทิ้งเขาให้นอนอยู่ในห้องมันคนเดียวเนี้ยมันใช่เรื่องป่ะะะ
แถมยังไม่กลัวว่ากลับมาเขาจะยกเคาท์ห้องมันจนหมดห้องหรอว่ะ
หน้าตาเขาดูน่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยรึไง
"กูว่าไม่"
"ไม่อะไรหรอครับ"
แล้วไอ้หล่อที่กำลังทำให้เขารู้สึกแปลกๆ
มันก็ถามขึ้น (อ้าว มันคุยโทรศัพย์เสร็จตอนไหน)
โดยที่มันยืนถือยาที่เขาต้องกินอยู่ข้างเตียง เชี่ย
เพราะคิดติดต่อกันยาวเกินหกบรรทัดนี่แหละทำเอาเผลอพูดตอบตัวเองออกมาแบบนี่
ไอ้แจ็คเอ้ยยยย
"อ่า..ไม่มีอะไร นั่นยาของฉันใช่ป่ะ เอามาๆ"
เพื่อแก้สถานการณ์ตรงหน้าทำให้แจ็คสันรีบส่งชามข้าวต้นที่เพิ่งกินได้แค่ครึ่งเดียวให้อีกฝ่าย
พร้อมกับรับยาของตัวเองมา แต่สงสัยจะขยับตัวเร็วไปหน่อย
ความเจ็บที่สะโพกแล่นแปร็บบบ จนต้องร้อง "โอ้ย"
"เจ็บสะโพกหรอครับ"
อีกฝ่ายดูตกใจไม่ต่างจากคนร้องที่หน้าขึ้นสีด้วยความอับอายอย่างช่วยไม่ได้
ยิ่งเห็นสีหน้ามันเป็นห่วงขนาดนั้น มึงช่วยทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นแทนได้ไหม
"เงียบน่า ไม่เกี่ยวกับมึง อ่ะ คุณ" แวบนึงที่เผลอตัวพูดแบบปกติออกไป
แต่พอเห็นสีหน้าอีกฝ่ายที่ชะงักก็ต้องรีบเปลี่ยนเป็นอีกแบบ "โทษที"
อีกฝ่ายส่ายหน้า
รอจนเขากินยาเสร็จก่อนจะเดินเอาชามข้าวกับแก้วน้ำของเขาไปเก็บให้ครัว
แล้วเดินกลับมาทรุดตัวนั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างเตียง อะไรของมันว่ะ "แจ็คสัน
จริงๆแล้ว เรื่องนี้เกี่ยวกับผมครับ"
"ห๊ะ"
..
..
..
..
..
"...กูกับมึง"
เวลาสองทุ่ม
กับหลายนาทีกว่าๆ วันที่ xx/xx/xx ชีวิตของหวังแจ็คสัน
วัยยี่สิบปีต้นๆ ก็ได้รู้สึกถึงคำว่าเหมือนโลกหยุดหมุนครั้งแรกในชีวิต
ฟังดูเหมือนโรแมนติก แต่จริงๆไม่ใช่อะไรแบบนั้น มันไม่ใช่เพราะตกหลุมรัก
ไม่ใช่เพราะผมถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง หรือเพราะอะไรต่างๆนานาพวกนั้น
แต่เพราะคำอธิบายเมื่อ 5 นาทีก่อนของคนตรงหน้าที่กำลังจ้องใบหน้าผมนิ่ง
ผมไม่สามารถบรรยายได้เหมือนกันว่าตอนนี้ผมกำลังทำหน้าตาแบบไหน มีกระจกให้สักบานไหม
นี่จะขอยืมมาส่องหน้าตัวเองดู
"อืม อย่างที่อธิบายนั่นแหละ"
สีหน้ากังวลของคนตรงหน้าฉายชัดไม่มีปิดบัง
แววตาบ่งบอกถึงความเป็นห่วงผมมากเกินกว่าคนเพิ่งรู้จักกันจะให้กันได้
ก็อาจจะไม่แปลกเมื่อเราข้ามสะพานของคำว่าเพิ่งรู้จักกันมาไกลมาก
ด้วยการจบการศึกษาเรียนรู้สภาพร่างกายของแต่ละฝ่ายกันไปเรียบร้อยแล้ว
แม้ว่าผมเพิ่งจะรู้เรื่องนี้ก็ตาม
"แสดงว่าสภาพกรูตอนนี้ไม่ได้มาจากอุบัติเหตุกรูล้มหน้าหงายจนตูดแหก แต่ถูกมึงแหกตูดจนฉีก"
ผมพยายามสรุปเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างมีสติ .. น้ำเสียงผมไม่ได้ดูสั่นๆ
ใช่ไหม
"จะพูดแบบนั้นก็ได้"
จากนั้นอีกฝ่ายลุกขึ้นยืดเต็มความสูงมองหน้าผมก่อนจะก้มหัวลง 90 องศาให้ผมที่นั่งอยู่บนเตียงทันที "ขอโทษ"
ไม่บอกกรู
หลังจากมีลูกด้วยกันไปแล้วสองเลยล่ะ ถถถถถถถ
ทุกอย่างในห้องเงียบ
ผมไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงนาฬิกา อาจจะเป็นเพราะเจ้าของห้องใช้นาฬิกาแบบไฟฟ้า
ทำให้ผมไม่ได้ยินเสียงเข็มวินาทีที่ควรจะขยับ เมื่อห้านาทีก่อน ชายตรงหน้า ปาร์ค
จินยอง เล่าให้ผมฟังถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ผมมากินเหล้ากับไอ้เจบีแล้วหลับไปอย่างละเอียด
จริงใจ ตรงไปตรงมา เข้าท่าไหน ออกองศาอะไร ทำกันไปกี่กระบวนท่า จนอยากจะบอกมันว่า
มึงช่วยโกหก ไม่ก็ละเหตุการณ์บางอย่างไปก็ได้ กูอาย
แต่สรุปได้แน่ๆ
คือ กรูกับมันแม่งได้กันในคืนนั้น
WTF!! นี่กรูเสียซิงให้มันไปแล้ว แถมกรูยังจำไม่ได้ด้วย!!
ทำไมกูเป็นคนแบบนี้ว่ะอย่างน้อยก็ควรจะจำได้บ้าง (ไม่ใช่!!) หมายถึง
ทำไมกรูถึงไปสมยอมกับมัน (ไม่ใช่โว้ย!!) คือทำไมกรูถึง.. โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
แล้วไอ้อาการเจ็บป่วยนี้ยิ่งเป็นพยานนอนยันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อีก
แน่นหนาซะกูไม่อยากยอมรับ ปวดเพราะอะไร เจ็บเพราะอะไร
มันก็ถูกแหละล้มก้นจ้ำเบ้าที่ไหนต้องทายาที่รูตูดกันบ้างว่ะ
ถถถถถ
"ช่างมันเหอะ"
ลืมๆ
ไปซะอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดก็เป็นได้
คนบนเตียงส่งเสียงพูดออกมาอีกครั้งหลังจากเงียบไปนานเกือบ 15 นาที คำพูดที่ทำเอาคนที่ก้มหัวอยู่เงยหน้าอย่างตกใจ
"แต่"
"กูบอกว่าช่างมันเหอะไง!!"
มึงนี่ก็เซ้าซี้จริง
แจ็คสันตวาดใส่อีกฝ่ายที่จะเอ่ยค้านจนต้องเงียบเสียงลงไป
ร่างบางบนเตียงขยับตัวลุกอย่างยากลำบากผลักคนข้างเตียงให้หลบไปอีกทางก่อนจะพยุงร่างกายที่อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจไปก้มหยิบกระเป๋าเป้ของตนเองที่วางไว้หลังตู้
"ถึงคุณจะพูดแบบนั้น แต่ผมทำไปแล้ว ผมจะรับผิดชอบคุณ"
"มึงจะรับผิดชอบอะไร ในเมื่อกูกับมึงเป็นผู้ชายเหมือนกัน
คิดซะว่าเป็นวิทยาทาน เป็นประสบการณ์ไปดิ"
เป็นไงล่ะ
ถึงประโยคข้างหน้ากูจะดูเหมือนตุ๊ดงอนไปหน่อย แต่ข้างหลังนี่กูแมนมากนะพูดเลย
คิดดูจะมีใครหน้าไหนพร้อมจะพรีกาย(ทั้งๆ ที่มีชีวิต)
เพื่อการความรู้และประสบการณ์ของคนอื่นได้ขนาดนี้
แต่ทำไมประตูห้องมันถึงอยู่ไกลจังว่ะ เมื่อไหร่กูจะเดินถึงสักที กูรีบนะเนี้ย
กูมีธุระต่อ (กูอ้าง)
"แจ็คสัน"
เสียงอ่อนโยนดังขึ้นพร้อมกับผมที่รู้สึกตัวว่าตัวเองยืนก้มหน้านิ่งไม่ได้ขยับไปจากข้างเตียงอย่างที่ตั้งใจสักนิดเดียว
อีกฝ่ายจับผมหันกลับไปหาเขา สัมผัสเปียกชื้นที่แก้มตัวเอง
เพราะมือคนตรงหน้าปาดน้ำตาของผมที่ไหลไม่หยุด อ้าวกูร้องไห้ตั้งแต่เมื่อไหร่?? อย่าดิ๊ หยุด น้ำตากูสั่งให้มึงหยุดไง
ภาพพจน์ความแมนเมื่อหลายวินาทีของกูพังป่นปี้หมด
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
ยิ่งปาดออกมันก็ยิ่งไหล จากที่มีแค่น้ำตาไหลอย่างเดียว ผมเริ่มสะอื้นออกมา
"แจ็คสัน อย่าร้อง ผมขอโทษ" อีกฝ่ายดึงผมไปกอดในอ้อมแขนแน่น
พร้อมกับรองรับกำปั้นจากสองมือของผมที่เริ่มระดมทุบเขาไม่หยุด
"มึงทำยังงี้กับกรูได้ไงว่ะ มึงมันใจร้าย ใจร้ายมาก
หัวใจกรูยิ่งไม่โอเคอยู่ แล้วมึงมาทำให้ร่างกายกูเจ็บด้วยได้ยังไง
ฮืออออ"ด่าไปสะอื้นไป มือขาวทุบอีกฝ่ายที่กอดเขานิ่งพูดขอโทษซ้ำไปซ้ำมาไม่หยุด
ผมต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่รู้สึกว่าดีกับคำพูดขอโทษของมัน
“ขอโทษจริงๆ” “ให้ผมรักษาคุณนะ
..ให้ผมได้รักษาทั้งร่างกายและหัวใจของคุณ..”
ทุกอย่างจบลงแค่ตรงนั้น
แสงเช้าผ่านหน้าต่างห้องเข้ามาบอกว่าวันใหม่
จริงๆก็ไม่เพราะตื่นตีห้าก่อนอาทิตย์ขึ้น ด้วยตัวผมที่ตื่นขึ้นมาก่อน
และพบว่าตัวเองอยู่บนเตียงเดิม ห้องเดิมกับเมื่อวาน
ข้างตัวคือเจ้าของห้องที่หลับอยู่ข้างๆ
เห็นหน้ามันก็ตกใจรีบก้มตรวจดูความเรียบร้อยของร่างกายตัวเอง
และพบว่าทุกอย่างอยู่ครบและไม่ผิดองศาไปจากเมื่อวานจนผิดสังเกตค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย
ผมรีบลุกจากเตียงให้เงียบที่สุด
เดินไปคว้ากระเป๋าก่อนจะเดินตรงไปยังประตูทางออก คำพูดกับการกระทำแปลกๆ
ของอีกฝ่ายเมื่อวานทำให้ผมเหลือบหันกลับมามองคนที่หลับสนิทอยู่บนเตียงลึกด้านใน
ไม่ว่ายังไงตอนนี้
เขาก็ยังไม่พร้อมจะเผชิญหน้ากับอะไรทั้งนั้นอ่ะ
To
B CON
"เจบี กูมีเรื่องจะปรึกษามึง"
"เชี่ยแจ็ค ถ้ามึงอยากรู้
มึงก็ไปถามเขาสิว่ะ มึงมาถามกรูทำไม"
"ผมรักคุณแจ็คสัน"
"..รัก?"
"รักมาตลอดสามปี"
Thanks
for Reading
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น