วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

HoneyLemon (Jinson) 05





HoneyLemon 05

เสียงเคาะประตูห้องปลุกให้เขาตื่น หลังจากเพิ่งจะกลับจากออกไปส่งแฟนสาวกลับหอของเจ้าตัว เพราะแม่น้องนางมีโปรเจ็คต้องเข้าร่วมตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป นี่กรูเพิ่งหลับไปได้ครึ่งชั่วโมงเองป่ะ มึงมามีธุระอะไรกับกรูตอนตีห้าแบบนี้

"คร้าบบบบ มาแล้วๆ"

ยิ่งทิ้งไว้นาน ความแรง ความดัง และความถี่ในการเคาะก็ยิ่งเพิ่มขึ้นห้องข้างๆ แม่งต้องตื่นเพราะเสียงเคาะนี่แหง เอาเป็นว่ากรูไม่รู้ไม่เห็นนะ กรูไม่ได้เคาะ (แต่ประตูห้องเมิงนะเว้ย)

"..ใครว่ะครับ อ้าว เชี่ยแจ็ค"

เจบีเปิดประตูทั้งๆที่ยังไม่ถอดโซ่คล้องด้วยซ้ำ ก่อนจะมองไปยังครึ่งซีกหน้าของคนฝั่งตรงข้าม แจ็คสันในเสื้อยืด กางเกงผ้าสีขาว ใบหน้าแดงก่ำเพราะพิษไข้ สองแขนกอดกระเป๋าเป้สีดำของตัวเองก้มหน้าเหมือนเด็กๆ เสียงเรียกของเขาทักให้มันเงยหน้าขึ้นมา และพบกับสีหน้าที่ไม่โอเคเลยสำหรับคนอย่างมัน

"กรูขอนอนห้องมึงได้ป่ะ" เจบีถอดโซ่คล้องออกก่อนจะเปิดประตูกว้างให้เพื่อนซี้ของตนเองเดินเข้ามาในห้อง มันเดินตรงไปยังเตียงนอนสีเข้มของเขา "เจ๊ล่ะ"

"ยองแจกลับหอไปแล้ว" พอได้ยินคำตอบแบบนั้น ไอ้คนฟังก็เหวี่ยงกระเป๋าเป้ของมันไปมุมห้อง ก่อนจะล้มตัวนอนบนเตียงไม่สนใจอะไรอีกเลย

เชี่ย มึงช่วยอธิบายความกับกรูก่อนจะมาแย่งอาณาเขตเตียงนอนกรูได้ไหม

เจบีเดินเข้ามามองไอ้คนที่ก้มหน้านอนคว่ำกับเตียงฟากหนึ่งของเขานิ่ง ก่อนจะแตะที่ท้ายทอยของมันที่ยังอุ่นๆ อยู่ เฮ้ออออออ ให้ตายสิ เรื่องมันเป็นยังไงบ้างแล้วว่ะเนี้ย กรูจะเดินไปถามไอ้ห้องโน้นก็ไม่ได้ด้วยสิตอนนี้ ขยี้หัวหงุดหงิด ก่อนจะกระชากผ้าห่มหน้าคลุมไอ้เด็กบ้าที่หลับสนิทไปอย่างรวดเร็ว

...

ปาไปเกือบบ่ายสามโน่นแหละกว่ามันจะตื่นขึ้นมาอีกรอบ ตื่นมาก็บ่นหิวไม่หยุด คิดว่าห้องกรูจะมีอะไรบ้างห๊ะ กรูใช้เป็นก็แค่ไมโครเวฟ ยองแจแม่งก็ทำเป็นแต่พังครัว ของที่มีก็มีแต่ของสำเร็จรูป แล้วมึงเพิ่งหายป่วยจะไปแดรกได้ยังไง ถึงจะพูดแบบนั้น อาหารกักตุนสำหรับสามวันในตู้เย็นของเขาก็โดนมันกวาดกินเรียบอยู่ดี ฮือออออ ต๊อกกู รามยอนกู ไก่เวฟกูอีก ถถถถถถถ จบเรื่องนี้กรูจะไปเก็บตังค์กับผัวมึง

"...เจบี"

"ไร ห้องกรูไม่เหลืออะไรให้มึงสูบแล้ว" เจ้าของห้องที่ทำได้แค่กระดกน้ำเปล่าดื่มแก้หิวอย่างหงุดหงิด (ทำไมขี้หงุดหงิดจังว่ะ เจบี) หลังจากได้สละอาหารให้กับแขกผู้มาขอพักอาศัยหาที่หลบภัยซึ่งได้สูบทุกอย่างลงกระเพาะของมันไปหมดแล้ว

"..เดี๋ยวกูซึ้อมาคืน ถถถถ นี่กรูไม่มีอารมณ์จะตลกนะเว้ย" มันกรีดร้อง ก่อนจะล้มตัวนอนหงายลงไปที่เตียงเขาอีกรอบ พาดแขนก่ายหน้าผากดูทุกข์ร้อนกังวลใจ น่าสงสารเหมือนหมาหลงทางกับเจ้าของ 

"แล้วกรูตลกตรงไหน สัส" เห็นแล้วก็หมั่นไส้จนต้องเอาเท้ายันเหยียบมันสักรอบ มอบความรักและความหวังดีปลอบโยนมัน

"มึงอ่ะ... กรูเครียดอยู่" แจ็คสันกลิ้งตัวหนีฝ่าเท้าเจ้าของเตียง ก่อนจะดึงหมอนมาซุกจ้องมองมาทางเขาแค่ลูกตา แม่ง เพิ่งเคยเห็นมันง้องแง้งใส่กรูนี่แหละ สงสัยจะเป็นหนักจริง

"เอ่อ..  กูรู้"

ทุกอย่างในห้องเงียบอีกครั้ง คนหนึ่งตกอยู่ในผวังความคิด ส่วนอีกคนก็รอเวลาให้คนคิดยอมพูดออกมา แจ็คสันผลุดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงก่อนจะมองไปทางเพื่อนเจบีที่เลิกคิ้ว สีหน้าเรียบๆ คงจะรอเขาพูดใช่ป่ะ ได้อิมแจบอม กรูเลือกมึง

"เจบี กรูมีเรื่องจะปรึกษามึง"

"ว่ามา" ถถถถถ ความไม่น่าตื่นเต้นอยู่ที่ไหน เมื่อเขาบอกมันปุ๊บมันตบเข่าดังฉาดยกขาขึ้นขัดสมาทบนเก้าอี้ที่มันนั่งอยู่หันหาเข้าหาเขาเต็มที่ "มึงพูด กูรอนานล่ะ"

...เห็นท่าทีกระตือรือร้นของมันทำเอาความตั้งใจกรูฟ่อหมด มึงช่วยทำแบบเพื่อนพระเอกที่แบบเหมือนไม่แคร์ ช่วยทำแบบไม่ได้ตั้งใจฟังแล้วตั้งใจฟังได้ป่ะ กูรู้สึกอายเหมือนกันนะเว้ยที่ต้องเล่าเนี้ย

"เอ่อ... คือเรื่องนี้มันเป็นเรื่องของใครก็ไม่รู้ซึ่งมันเป็นเพื่อนของเพื่อนกู แล้วเพื่อนกูมาเล่าให้กูฟังอีกทีนึงนะ" แค่เกริ่นตัวละครตัวแรกก็เท่ากับแหลแล้ว ถถถถถ เจบีพยักหน้า ขณะที่คนตรงหน้าดึงหมอนมากอดไว้ก่อนจะเล่าต่อ

"เรื่องมันมีอยู่ว่าใครก็ไม่รู้ซึ่งเป็นเพื่อนของเพื่อนกูที่มาเล่าให้กูฟังคนนั้นอ่ะ แม่งเพิ่งอกหักแล้วก็ไปแดรกเหล้าเมา เมาจนแม่งจำอะไรไม่ได้เลยสัส แล้วจู่ๆ ก็มีผู้ชายที่มันไปนอนค้างด้วยวันที่มันเมามาบอกมันว่า มันได้กับเขาในคืนที่มันไปนอนนั่นแหละ...แล้วก็จะรับผิดชอบ แบบตั้งใจจะรับผิดชอบแบบจริงจังอ่ะ"

"อืม" เสียงตอบรับสั้นๆ ทำเอาคนเล่าขมวดคิ้วก่อนจะถามด้วยความสงสัยทันที

"มึงแค่อืมหรอ?"

"แล้วจะให้กรูตอบรับว่าไงล่ะ"

"กูก็ไม่รู้ว่ะ แต่แบบคือผู้ชายได้กันนะเว้ย คืออะไรมันจะทำให้ผู้ชายที่ไม่รู้จักกันได้กันว่ะ คือถึงจะเมาก็เหอะ แบบแล้วบอกว่าจะรับผิดชอบคืออะไร ไอ้ท่าทางแปลกๆ พวกนั้น"

"อืม" เห็นสีหน้าว้าวุ่นใจของมันก็อยากแกล้งอีกสักรอบ เจบีเลยตอบอืมสั้นๆ ออกไปเป็นครั้งที่สองคราวนี้หมอนบนเตียงถึงกับบินมากระแทกหน้าเขาจนแทบหงายหลัง "เหี้ยแจ๊ค มึงจะหาเรื่องกูรึไง"

"ก็มึงกวนตีนกรูอ่ะ นี่กรูจริงจังนะ มึงกำลังให้คำปรึกษากรูอยู่ไม่ใช่รึไง มึงห้ามกวนตีนใส่กรู"

"แล้วมึงจะให้กรูให้คำปรึกษามึงตรงไหน ในเมื่อที่กรูฟังมายังไม่มีประโยคคำถามจากมึงเลย" โดนที่ปรึกษาสวนกลับไปทำเอาแจ็คสันชะงัก พร้อมกับหมอนที่มันปากลับมากระแทกหน้าจังๆ เอ่อว่ะ กรูยังไม่ได้ถาม เดี๋ยวนะ ...

"ไม่ๆ นี่มันเรื่องของใครก็ไม่รู้ที่เป็นเพื่อนของเพื่อนของกูที่มาเล่าให้กูฟังอีกทีนึง ไม่ใช่เรื่องของกู" (นี่ก็ยังจะพยายาม)

"เออ รู้แล้ว เอาเป็นว่ากูสมมติว่าเป็นเรื่องของมึงไง ง่ายดี จะได้ไม่งง" โอ้ยเหนื่อยใจกับมันจริงๆ แจ็คสันก้มลงซุกหน้ากับหมอนเงียบ นานจนคนฟังแม่งรำคาญ ต้องถามขึ้นมาเอง

"กรูถามมึงหน่อย อะไรที่ทำให้มึงอยู่ในสภาพนี้" คำถามที่ทำให้คนฟังเงยหน้าจากหมอนที่ซุกหน้าอยู่ขึ้นมาได้ สีหน้าครุ่นคิดอย่างหนักก่อนจะส่ายหน้า

"กรูไม่รู้ กูแบบ...สับสน ทำไมเขาถึงมาเอากรูว่ะในเมื่อกรูกล้ามแน่นมาดแมนขนาดนี้ แถมยังคอยดูแลกูตอนป่วยด้วย มันอาจจะเป็นเพราะว่ารู้สึกผิดก็ได้ แต่กูว่าไม่ มึงก็ต้องเข้าใจป่ะกรูเคยมีแฟน ...เอ่อ คนรักมาก่อน สายตามันที่มองกรูอ่ะ เหมือนกับสายตาที่กรูมอง... แล้วทำไมกรูถึงรู้สึกดีที่มันบอกจะรับผิดชอบ รู้สึกดีที่มันกอดกูด้วยว่ะ โว้ยยยยยยยยย แล้วยังคำพูดประหลาดนั่นอี๊ก เก่งแค่ไหนว่ามาบอกว่าจะรักษากูทั้งร่างกายทั้งหัวใจ แม่งแล้วที่น่าโมโหสุดๆ คือทำไมในหัวกรูตอนนี้ถีงมีแต่เรื่องของมันว่ะ สัส"

"มึงใจเย็นนะ สติแจ็ค มึงหาสติมึงก่อน" พอบทจะพูดแม่งก็พูดออกมาทุกอย่างเลยว่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ เจบีมองคนบนเตียงที่โพล่งทุกอย่างที่คิดออกมาลั่นห้อง ฟาดงวงฟาดงากับเตียงนอนอย่างบ้าคลั่ง แถมยังมีหน้าหันมาเหวกูอีก

"ไม่ กรูสับสน กรูงง กูไม่อยากมโนไปเอง กูไม่อยากเจ็บอีก กูต้องการคำตอบ ไม่ใช่สติ!!" พอ! เลิก! งอแงสัส! แม่งชอบไปได้ไงว่ะเชี่ยจินยอง มึงมาเอามันกลับไปเลย ดูเหมือนเส้นความอดทนบางๆของชายนามว่าอิม แจบอมที่ปรึกษาส่วนตัวของหวังแจ็คสันจะได้ขาดลง ดัง ผลัก!! พร้อมกับร่างเด็กงอแงปลิดหายไปจากเตียงกว้าง "เชี่ยเจบี มึงถีบกูทำไมว่ะ"

"เติมสติให้สมองมึงไง ถ้ามึงอยากรู้ มึงก็ไปถามเขาสิว่ะ มึงเอามาถามกรูทำไม" ด่าเขาก็โดนเขาด่ากลับ แจ็คสันถึงกับเบ้ปากแรง

"เอ้า!! ก็มึงบอกว่าจะเป็นที่ปรึกษาให้กูอ่ะ มึงก็ต้องตอบกรูได้ดิ" คนตกเตียงตะกายขึ้นมาบนเตียงด้วยความยากลำบาก สีข้างแดงไปแถบนึงให้รู้ว่าเอาด้านไหนลง

"แล้วมันใช่คำถามที่กูควรตอบไหม กูเป็นคนไปเอามึงรึไง" โอ้ย ปวดหัวสัส ต่อจากเบ้หน้าใส่ ยังจะมาทำหน้ายู่ใส่อีก "มึงอยากรู้มึงก็ต้องไปถามเขา แจ็คสันคนแมนที่กูรู้จักแม่งหายไปไหนว่ะ"

"อยู่ตรงนี้แหละ พักผ่อนอยู่" ยาที่เรียกว่าลูกถีบสติดูเหมือนว่าจะได้ผลกับคนป่วยชื่อหวังแจ็คสัน ถึงกับให้มันสงบจากความบ้าคลั่งมีแรงมากวนตีนอีกครั้งทั้งๆที่เพิ่งจะโดนถีบไป แจ็คสันถอนหายใจแรงขณะที่ก้มมองเสื้อผ้าของอีกคนซึ่งเขาเอามันมาเพราะหาชุดนักศึกษาตัวเองไม่เจอเลยไม่ได้เปลี่ยนคืน "ยืนชุดมึงหน่อย กรูจะเอาชุดไปคืนห้องโน้น"

ใครจะไปคิดว่าไอ้ประโยค -เอาชุดไปคืนห้องโน้น- จะกลายเป็นข้ออ้างให้มันงอแงง๊องแง๊งอยู่ห้องเขาต่ออีกหลายชั่วโมงจนเกือบสามทุ่มแบบนี้ว่ะ (แม่งกว่าจะเอาไปซัก ปั่นแห้ง ตาก เอามารีด) ถถถถ บอกให้มันซักแล้วรีดทับเลยมันก็ไม่ยอม รู้งี้ให้มันเดินกลับไปชุดเดิมให้เจ้าของถอดคืนเลยดีกว่า

"เอ้า เอาไป" เสื้อผ้าที่ซักรีดเรียบร้อยถูกยื่นให้เพื่อนที่อยู่ในชุดฮิปฮอปสีดำของเขา จริงๆ ก็เสื้อผ้าที่มันซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดเขาเมื่อปีก่อนนั่นแหละ อีกฝ่ายสะพายเป้ เอื้อมมือมารับเสื้อผ้าสีขาวมากอดไว้

"กูไปนะ" ร่ำลาหยั่งกะจะไปตาย หน้าตาของคนที่คอยสร้างเรื่องสนุกกับเสียงหัวเราะให้กับกลุ่มเพื่อนตลอดเวลาอย่างมันเต็มไปความกังวลแบบนี้ มองยังไงก็น่าสงสารล่ะนะ

"เออ.. มึงทำได้ จินยองมันเป็นคนใจดีเว้ย ไม่ต้องกลัวมันกัด คิดซะว่ามึงแค่เอาเสื้อไปคืน"

แจ็คสันได้แต่พยักหน้าหงึกๆ มองประตูห้องเพื่อนที่ปิดลงช้าตามด้วยเสียงล็อกกลอนหลายชั้นดังฟังชัด หยั่งกะจะบอกกูว่าไม่ต้องถอยมาซุกหัวห้องมันอีกแบบนั้นแหละ ถึงแบบนั้น ก็ต้องกราบขอบคุณมันที่พูดให้กำลังใจแฟบๆ ของกรูนี้มีอากาศอยู่บ้าง

ก็แค่เอาเสื้อไปคืนไงแจ็คสัน

ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นแบบนี้มานานแค่แล้ว ตั้งแต่... แข่งบาสครั้งแรกมั้ง สองขาก้าวไปตามทางเรื่อยๆ ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าประตูห้องคุ้นที่เห็นตลอดในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา กวาดตามองซ้ายมองขวาให้มั่นใจว่าไม่มีคนแล้วค่อยเอื้อมมือไปกดอ๊อดเล็กๆที่ข้างประตู

ติ๊ง ต๋อง

หืม... ยังใช้สัญญาณแบบสมัยโน้นอยู่อีกหรอ ห้องเชี่ยเจบียังเปลี่ยนเป็นเสียงเพลงร็อคเหี้ยอะไรไม่รู้เลย หรือว่าเป็นพวกอนุรักษ์นิยม จะว่าไปห้องเจบีก็มีอ๊อดนี่หว่า แล้วทำไมกูเคาะประตูห้องมันแทน หรือว่าเป็นกูเองที่คลั่งไคล้ความออริจินอล

คิดเรื่อยเปื่อยรอคนมาเปิดประตู แต่ทุกอย่างกลับเงียบสนิท

ติ๊ง ต๋อง

มึงช่วยรีบเปิดหน่อยได้ไหม รู้ไหมว่ากูต้องใช้ความกล้าขนาดไหนกว่าจะกดอ๊อดห้องมึงได้แต่ละครั้ง โอยยย หัวใจจะวาย

ติ๊ง ต๋อง

มึงจงมาเปิด
           
ติ๊ง ต๋อง

เปิดดิ๊ บ้านสอนให้แขกรอนานขนาดนี้ได้ไงว่ะ

ติ๊งๆๆๆๆๆๆๆ

เปิดดดดดดดดดดด เปิดด้วยคร้าบบบบบบบบบ

ดูเหมือนเขาจะก้าวข้ามผ่านความกลัวของตัวเองไปได้แล้ว นิ้วมันก็เลยเผลอกระแทกปุ่มรัวๆ แบบไม่แคร์เลยว่าปุ่มอ๊อดห้องคนอื่นจะพัง รู้แค่ว่าต้องให้ประตูบานนี้แม่งเปิดให้ได้ กรูต้องได้คืนเสื้อมันวันนี้ หรือเป็นเพราะว่ากรูเสพติดการกดอ๊อดไปแล้ว ถถถถถถถ

"ไม่มีใครอยู่ในห้องหรอกครับ"

ก่อนที่ปุ่มอ๊อดจะต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือแขกผู้ซึ่งเสพติดการกดอ๊อดหน้าประตูห้อง เสียงทักจากด้านหลังก็ทำให้นิ้วขาวที่กำลังรัวอ๊อดอยู่ชะงัก ยกออกห่างจากปุ่มน้อยๆ ที่บอบช้ำทันที

"อ้าวหรอ.. ขอบใจนะ แล้วทำไมคุณถึงรู้ว่าเจ้าของห้องนี้เขาไม่อยู่.. เฮ้ย!!"

แจ็คสันหันกลับไปกะว่าจะดูหน้าผู้หวังดีที่อุตส่าห์มาบอกเขาว่า เจ้าของห้องที่ไม่อยู่ในห้องนั่นเอง เพราะแบบนั้นเลยตกใจที่เห็นหน้าอีกฝ่ายจนร้องว๊ากนี่แหละ

"เอาเสื้อผ้ามาคืนหรอครับ" จินยองที่เหลือบมองเสื้อผ้าตัวเองในอ้อมแขนอีกฝ่าย แทรกตัวเข้าไปไขประตูเปิดห้องตัวเอง โดยคนที่ยืนอยู่หน้าประตูตอนแรกหลบห่างออกมา อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกๆ ตอบทำถามเขา ก่อนจะยื่นเสื้อผ้าในมือส่งให้สุดแขน

"ขอบคุณสำหรับชุด ฉัน.." แจ็คสันทำอะไรไม่ถูก ฮืออออออออ แม่งยากกว่าแข่งบาสครั้งแรกแน่ๆ อ่ะ แค่มองหน้ามันตรงๆ สติสตังที่ไอ้เจบีใช้ลูกถีบยัดใส่ร่างมาแม่งพากันไหลหลุดออกจากร่างหมดแล้วเนี้ย

"เข้ามาก่อนสิครับ ชุดนักศึกษาของคุณอยู่ในห้อง" อีกฝ่ายยิ้มเชิญ เพราะสติเขาแม่งอยู่ไม่ครบแล้ว แจ็คสันส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ

"อ..เอ่อ ไม่ล่ะ ฉันให้.. !!" แต่อีกฝ่ายไม่ได้เชิญเปล่า มือแข็งเอื้อมมากำเข้าที่ข้อมือของเขาแน่นพร้อมกับออกแรงดึงลากเขาที่ยื้อตัวสุดแรงเข้าไปในห้องมัน มึงช่วยให้อิสรภาพในการตัดสินใจกับกรูด้วย ฮืออออ ตัวแม่งก็พอๆ กันทำไมแรงเยอะแบบนี้ว่ะ อยากจะกรี้ดก็ไม่กล้า กลัวแม่งวุ่นอีก ช่วยด้วยยย ผมถูกฉุดครับบบ ผู้ชายกำลังฉุดโผมมมม

ประตูห้องปิดสนิท ด้วยฝีมือเจ้าของห้องที่เอาตัวบังทางออกไว้ ขณะที่แจ็คสันซึ่งโดนพาเข้ามาในห้องหน้าซีดจัด หนีไปไหนก็ไม่ได้ ได้แต่มองซ้ายมองขวา ก่อนจะหันไปเห็นชุดนักศึกษาตัวเองซึ่งซักรีดเรียบร้อยแล้วพับอยู่ที่ปลายเตียง

"นี่ชุดฉันใช่ไหม ขอบใจนะ"

เขาที่ไม่กล้าสบสายตาอีกฝ่าย ทำได้แค่ทรุดตัวนั่งเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้ตัวเองหันหลังให้คนข้างหลัง ที่ตอนนี้ก็แม่งไม่รู้ว่าอยู่ตรงส่วนไหนของข้างหลังแล้ว ก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อจู่ๆ อีกฝ่ายก็เท้าแขนลงมาระหว่างตัวเขากับเตียงทั้งสองข้าง ก่อนจะโดนถามด้วยเสียงกระซิบข้างหูทำเอาขนลุกซู่ เหี้ยยยยยยยยยยยย มึงมาอยู่ตรงนี้ทำไมว่ะ

"ที่มานี่ ไม่ใช่แค่เรื่องเสื้อผ้าใช่ไหม"

ใช่

ถึงกูอยากจะตอบมึงแค่ไหนแต่ตัวนี่ชาจนปากขยับไม่ได้ไปแล้ว ฮืออออออออออ มึงปล่อยกูไปนะ กูอโหสิให้ทุกท่วงท่าทุกองศาที่มึงทำไว้แล้ว ท่าจะยากไหน องศาจะกว้างยังไง กูปล่อยผ่านให้หมดเลย จะทำบุญให้ด้วยเอ้า แต่ตอนนี้กรูไม่พร้อมจะถวายร่างกาย บรื๋ออออออ อย่ามาถอนหายใจข้างหลังหูกูได้ม๊ายยยย จักกะจี้ หน้ากูร้อนหมดแล้วสาสสสสสส

จินยองก้มมองร่างบางซึ่งโดนเขากักอยู่ในวงแขน ตัวอีกฝ่ายนี่แทบจะฟิวชั่นไปกับเตียงเขาแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน แหกฟูกได้คงทำไปแล้ว สองแขนกอดกระเป๋าเป้สีดำจนยับยู่ ส่วนไหล่นี่สั่นจนดูน่าสงสาร

"เฮ้อ ผมไม่ทำอะไรคุณหรอก"

เห็นแบบนี้ก็แกล้งต่อไม่ลง ความจริงก็ไม่ได้อยากแกล้งอีกฝ่ายแต่บางทีก็ต้องใส่ตัวกระตุ้นปฏิกิริยาลงไปบ้าง เพื่อให้เรื่องบางเรื่องมันเดินเร็วขึ้น และเขาก็ไม่คิดจะใจเย็นรอให้คนอื่นใส่ตัวเร่งให้เขาแล้วด้วย เขารอมาพอแล้ว

"...พูดจริง?" แจ็คสันค่อยๆ หันกลับไปมองอีกฝ่ายที่ถอยกลับไปนั่งที่เก้าอี้ที่ลากมาจากโต๊ะทำงานเจ้าตัวผายมือให้เขานั่งบนเตียง โดยเว้นระยะห่างมากพอที่แจ็คสันจะมั่นใจว่าตัวเองจะหนีจากอีกฝ่ายได้หากเกิดอะไรขึ้น

"ว่ามาเลยครับ" จินยองเปิดประเด็นก่อน ด้วยคำถาม...คำถามเปิดกว้าง ห๊ะ นี่มึงไม่คิดจะเกริ่นหรือเข้าเรื่องให้กรูเลยหรอ มึงอย่ามาใช้สำนวนที่ว่าเปิดก่อนได้เปรียบนะโว้ย (แม่งโคตรได้เปรียบเลยสัส)

"ห๊ะ" คนโดนเปิดก่อนก็ถึงกับเงิบสิครับ แจ็คสันถึงกับอึ้งกับอีกฝ่ายอะไรจะซังนัมจาได้ขนาดน้านนนน ขอทำใจแป๊บนะ คิดก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก โกยออกซิเจนและสติที่ระเหิดระเหยออกจากตัวไปเมื่อกี้เข้าปอด "เอ่อ คือ กู เอ้ย ผมมีเรื่องจะถาม"

"แทนตัวแบบปกติก็ได้ครับ ผมไม่ถือ" จินยองว่า ขณะที่อีกฝ่ายส่ายหน้า

"ไม่ได้อ่ะ มึง เอ้ย คุณพูดสุภาพ ผมจะสาดหยาบใส่มันก็ไม่ดี" ถถถถ เห็นหยาบมากับทุกตัวละคร ทุกตอน ทุกสถานการณ์แบบนี้ ไรเตอร์ก็สุภาพเป็นนะเว้ย เดี๋ยวนะ นี่มันต้องแจ็คสันพูดนี่หว่า

"แล้วแจ็คสันอยากจะถามเรื่องอะไรกับผมหรอครับ" ใบหน้าหวานที่เปื้อนยิ้มตลอดการสนทนาซ้ำยังจ้องตาเขาแบบไม่ละสายตานี่ทำเอาเขิลจนจะเลิกเขิลแล้วเนี้ย แจ็คสันกระพริบตาปริบๆ สูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะ

"ฉัน.."

"ผมรักคุณแจ็คสัน"

"เหี้ย!!"

ไม่มีคำสุภาพใดที่ร่างไร้สติน้อยๆ ของหวังแจ็คสันจะใช้ตอบออกมาได้โดยอัตโนมัติตามที่ประกาศไว้ตอนแรก เมื่อพยายามรวบรวมความกล้าจะถามมันถึงเรื่องต่างๆ แทบตาย และจบด้วยการถูกตัดหน้าขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย "มึงให้กูพูดให้จบก่อนสิว่ะ" มึงรู้บ้างไหมว่ากว่ากรูจะรวบรวมพลังลมปราณออกมาได้แต่ละโมลเนี้ย กรูต้องรีดเร้นจักระมากแค่ไหน ถถถถ ผสมกันไปหมดแล้ว

ลมปราณซึ่งโดนธาตุไฟเข้าแทรกจนกระจัดกระจายสร้างความหงุดหงิดให้คนรวบรวมอย่างมาก แจ็คสันถอนหายใจพรืด ก่อนจะนิ่งไป ใบหน้าที่หงุดหงิดนั่นค่อยๆขึ้นสีช้าๆ พร้อมกับริมฝีปากที่ละลำละลักด้วยความตกใจ ก็ ... ก็ ประโยคที่ตัดหน้าเขาเมื่อกี้อ่ะ

"มะ..มะ..เมื่อกี้มึงพูด..."

รัก?

"ผมรักคุณ"

กูไม่ได้บอกให้มึงพูดซ้ำ ถถถถ โอ้ยยยยยย อายยย แจ็คสันถึงกับยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าที่แดงจัดทั้งสองข้าง หลังจากโดนผู้ชายตรงหน้าบอกกระแทกคำว่ารักใส่แบบสองครั้งติดต่อกัน ทำไงดีว่ะ แล้วหัวใจกูนี่ดีดดิ้นทำไม มึงจะรัวอะไรกันนักหนา มึงหยุดเต้นจังหวะเบรคแดนซ์เดี่ยวนี้ กรูควรจะสงบและมีสติ สมกับแจ็คสันคนแมน (นี่ยังกล้าเรียกองค์นี้ออกมาใช้อีกหรอ) เรื่องแม่งไปไหนถึงแล้วว่ะ

ก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดอะไรแปลกๆ ออกมาอีก มือบางยกขึ้นมาข้างหน้า เพื่อห้ามไม่ให้อีกฝ่ายส่งเสียงอีก จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าแดงก่ำไปถึงหู โดยมีความอายไม่ก็พิษไข้นี่แหละเป็นสาเหตุ ขอบคุณจริงๆ ที่มึงเงียบแต่โดยดี

เอาใหม่นะ ให้กูตั้งสติ แล้วนับหนึ่งใหม่

"ผม.." ไม่สิ..  "กูมีเรื่องจะถามมึง"


To B CON


"คุณว่างนักรึไง ถึงได้โผล่มาเจอผมทุกวันแบบนี้น่ะ"
"ไม่เลยครับ นี่ก็เวลาว่างที่เหลือทั้งหมดที่มีแล้ว"
"มันเร็วไปว่ะ เป็นแค่เพื่อนกันก่อนไม่ได้หรอว่ะ"
"..."

Thanks for Reading




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น