Accident
By Chromosome ZZ
By Chromosome ZZ
ตูม!!
เสียงระเบิดของพรุบนสแตนที่จุดขึ้นเพื่อสร้างความตื่นเต้น
เร้าอารมณ์ของแฟนคลับที่กำลังสนุกไปกับการแสดงของพวกเราดังขึ้น
ผมสะดุ้งตัวสุดแรงด้วยความตกใจ ขณะที่มองไปยังคนอื่นที่ถึงกับผงะออกมา
(สงสัยจะลืมคิวกันหมด) ก่อนจะเห็นเงากลมๆ ของใครบางคนวิ่งห่อตัวกลับเข้าไปหลังเวที
ยองแจ!!
ผมเบิกตากว้าง
เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่เห็นภาพเดียวกัน
พร้อมกับมาร์คที่ส่งสัญญาณบอกว่าตนเองจะเป็นคนดูยองแจเองก่อนจะเดินตามเข้าไปหลังเวที
ท่ามกลางความเป็นห่วงของสมาชิกทุกคน
พวกเรามักจะคุยกันเรื่องการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันต่างๆ
ที่มักจะเกิดบนเวทีอยู่เสมอ เพราะวงของเราต้องแสดง material
art และมาร์คกับผมก็ตีลังกากันตลอด หากเกิดอะไรขึ้น (ซึ่งไม่มีใครอยากให้เกิด)
พวกเราก็ต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้
"เมื่อกี้ยองแจโดนอะไรน่ะ!"
"ยองแจเดินหลับเข้าหลังเวทีทำไม"
เสียงของแฟนคลับที่อยู่หน้าเวทีดังแว่วมา
เรียกให้พวกเราหันกลับไปยิ้มให้พวกเขาอีกครั้ง ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ส่วนผมก็หันไปทำหน้าตกอกตกใจกับแฟนคลับ
กับเซอร์ไพส์เมื่อกี้ทั้งๆที่อยากจะวิ่งตามเด็กกลมนั่นไปหลังเวทีใจจะขาด
และไม่นาน
ยองแจก็เดินกลับมาอีกครั้ง ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนเดิม
แม้ว่าที่ท้องแขนข้างหนึ่งจะมีรอยแดงเป็นปื้นก็ตาม
"ฮยอง
โอเคไหม"
ยูคยอมน้องเล็กเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายก่อน
ขณะที่พวกเรายังคงเดินเล่นกันอยู่บนเวที ใบหน้ากลมที่ยิ้มแย้มสดใส
ใช้เสี้ยววินาทีที่หันหลังให้กับแฟนคลับหน้าเวทีสบตายูคยอม
ดวงตาสดใสที่หมองลงไปมากและน้ำตาของความเจ็บยังคลออยู่
ยูคยอมดึงพี่ชายเข้าไปกอดทันที
"อดทนอีกนิดนะครับ ยองแจฮยอง"
"..."
อยากจะทำแบบนั้นบ้าง
ทั้งๆ ที่เป็นแฟนกัน
ผมได้แต่แอบมองภาพแบบนั้นอยู่ห่างๆ
อย่างห่วงๆ จะขอดูแผลก็ทำไม่ได้ เพราะพวกเราอยู่บนเวที
เวลาช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า พวกเราลงจากเวที
และตรงไปยังสถานที่สำหรับไฮทัชและแฟนไซน์ต่อ
ดีหน่อยที่เมเนเจอร์ฮยองหาคูลแพ็คมาประคบรอยลวกที่แขนให้ยองแจแล้ว
...
ผมไม่เป็นไร
..ถึงจะอัดไอจีพูดแบบนั้นก็เถอะ
ยองแจก้มดูท้องแขนซ้ายของตัวเองที่โดนสะเก็ดไฟจากพรุหน้าเวทีเต็มๆ
จนตอนนี้ก็ยังมีรอยปื้นแดงปรากฎชัดจนน่ากลัว TT ผมขอโทษที่ลืมคิว หรือมันเป็นเซอร์ไพส์ หรือมันเป็นโชคร้าย ช่างมันเหอะ
สำคัญตอนนี้คือแม่ครับ ผมควรจะทำยังไงให้มันหายแสบร้อนดี ฮรึก เจ็บอ่ะ
"ยองแจ
เป็นยังไงบ้าง"
เสียงทักดังขึ้นเหนือหัวผมที่นั่งเหี่ยวอยู่ที่โซฟาในห้องพัก
เรียกให้เงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง แจ็คสันฮยอง
"เก็บของกลับเกาหลีเสร็จแล้วหรอครับ"
อีกฝ่ายไม่ได้ตอบคำถามผม
เขาเหวี่ยงกระเป๋าเป้สีดำลงข้างโซฟา
ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงตรงหน้าผมเพื่อมองรอยแดงที่แขนผมใกล้ๆ
"โชคดีนะที่ไม่พอง
แต่ประคอบแผลต่ออีกหน่อยเถอะ"
นิ้วหยาบลูบไปตามท้องแขนนิ่มของคนอายุน้อยกว่าซึ่งยังรู้สึกถึงความร้อนและเย็นสลับกันไปจากการปฐมพยาบาลก่อนหน้า
ความอ่อนโยนของอีกฝ่ายทำเอาดวงตาของคนอายุน้อยกว่าร้อนผ่าว
แจ็คสันลุกขึ้นก่อนจะตรงไปที่ตู้เย็นของห้องพัก
ก่อนจะรื้อหาคูลแพ็คทที่น่าจะมีอยู่ในช่องฟรีส
"ชิ
คูลแพ็คก็ยังไม่เย็น ไม่มีใครซื้อน้ำแข็งสำรองไว้เลยรึไง"
แจ็คสันสบถอย่างหงุดหงิด
ตอนนี้คนอื่นไปรวมตัวกันที่ห้องพักอีกห้องเพื่อคุยกันเรื่องงานวันพรุ่งนี้หมด
แต่เพราะเขาต้องกลับเกาหลีก่อนเลยไม่ต้องประชุม ส่วนยองแจ
จินยองอยากให้อีกฝ่ายพักจึงให้กลับมาห้องก่อน
"ฮยอง
.."
"หืม"
แจ็คสันที่กำลังรื้อตู้เย็นเพื่อหาอะไรที่น่าจะใช้ประคบแผลแทนน้ำแข็ง
หรือคูลแพ็ค เขาขานตอบแต่ไม่ได้หันไปหาคนเรียกที่มองร่างสูงใหญ่ตาปรอย
"ฮยอง
... "
"อะไรครับ
ฮยองหาอะไรประคบให้ยองแจอยู่ รอแปบนะ"
หมับ
แจ็คสันที่ดึงกระป๋องน้ำอัดลมที่เย็นเชียบกระป๋องหนึ่งออกมา
เพื่อหวังจะให้ยองแจใช้มันประคบแทนคูลแพ็คชะงัก เมื่อแขนขาวๆ
ของคนเรียกเขามาสักพักสวมกอดจากด้านหลัง เขาปิดประตูตู้เย็นช้าๆ
ก่อนจะค่อยๆหมุนตัวกลับไปหาเด็กขี้แงที่ซุกหน้ากอดเขาแน่น
"โอ๋
เป็นอะไรครับ "
แจ็คสันช้อนกอดร่างอวบของเด็กขี้อ้อน
เจ้าตัวไม่ยอมตอบเอาแต่ซุกหน้ากอดเขาแน่น เขายกมือขึ้นลูบเรือนผมสีเข้มอย่างเอ็นดู
"ฮยองขึ้นเครื่องกี่โมง"
เสียงหวานๆ ถามอู้อี้ขณะที่แจ็คสันเหลือบมองนาฬิกาในห้องพัก
"ห้าทุ่มมั้ง
อีกครึ่งชั่วโมงคงต้องออกไปล่ะ" แจ็คสันตอบ พร้อมกับรู้สึกแรงจากแขนขาวๆ
ที่กอดเขาอยู่กอดเขาแน่นขึ้น วันนี้เป็นวันที่หนักหน้าสำหรับเด็กคนนี้จริงๆ
พวกเรากอดกันนั่งสักพักก่อนแจ็คสันจะขยับตัว
"ก็อยากจะให้ยองแจกอดฮยองไปเรื่อยๆ
หรอกนะ แต่เราประคบแขนกันก่อนดีไหม ฮยองกลัวว่าเหนียงขาวๆ จะเป็นรอยไม่หาย"
แจ็คสันยิ้มพราว
ขณะที่ประสานสายตางงงวยของเด็กที่ผละจากอกตัวเองมาสบตาเขา ใช้เวลาเกือบนาที
ยองแจก็กระจ่างว่าโดนคนแก่ประณามว่าอ้วนจนมีเหนียง
นัยน์ตาตี่เบิกตากว้างพร้อมกับมือขาวที่เคลื่อนไหวตอบโต้ความกวนตีนของอีกฝ่ายทันที
เพียะ!
"โอ้ย
เจ็บนะยองแจ บอกแล้วไงว่าอย่าตี" แจ็คสันร้อง แต่สายตายังพราวระยับขบขัน
มองเด็กอ้วนที่งอนแก้มป่องผละจากตัวเขาเดินย่ำเท้ากลับไปกระแทกตัวนั่งกับโซฟานุ่ม
"ก็ฮยองพูดไม่ดีอ่ะ"
"โอ้ย เย็น!!"
ยองแจโต้กลับ
ขณะที่ปล่อยให้แจ็คสันที่เดินตามมาจับข้อมือบางยกขึ้นเพื่อดูรอยแดงที่ท้องแขนชัดๆพร้อมกับอีกฝ่ายที่วางกระป๋องน้ำอัดลมเย็นจัดลงไปทันที
ทำเอาคนเจ็บสะดุ้งตัวโยน
"แหงดิ
ก็เพิ่งเอาออกมาจากตู้เย็น" แจ็คสันหัวเราะหึ
ขณะที่กลิ้งกระป๋องไปตามรอยแดงอย่างเบามือ
แจ็คสันที่คลึงกระป๋องน้ำอัดลมจนมั่นใจว่ารอยแดงทั้งหมดโดนความเย็นหมดแล้วก็ค่อยๆวางแขนอีกฝ่ายลง
โดยที่ให้เด็กอ้วนหนีบกระป๋องเอาไว้
"ถ้ามันหายเย็นก็เปลี่ยนเอากระป๋องอื่นแทนนะ
ไม่ก็ให้เมเนเจอร์ฮยองออกไปซื้อน้ำแข็งให้"
แจ็คสันทิ้งตัวนอนกับพนักโซฟาข้างๆ ขณะอีกฝ่ายที่จัดกระป๋องให้วางถนัดดี
"อืม"
"ที่หลังระวังตัวให้มากกว่านี้ด้วย
ถ้าเกิดบาดเจ็บมากกว่านี้ขึ้นมาจะทำยังไง" แจ็คสันพึมพำเบาๆ
ขณะที่ปิดเปลือกตาลงอย่างเหน็ดเหนื่อย ยังไงพอถึงเวลาเด็กข้างๆ
ก็ต้องเตือนเขาอยู่แล้ว
"ระดับนี้แล้ว
ผมหลบทันน่า"
"นี่จริงจังนะ"
ยองแจที่ยังพูดทีเล่นที่จริง
เหลือบมองสายตาของคนนอนข้างๆ ซึ่งจ้องมองมายังตนเอง
สายตาที่แสดงออกถึงความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด
ขณะที่มือของแจ็คสันฮยองเอื้อมไปกุมมือของเขาแน่น
"ขอโทษครับ
ผมจะระวังให้มากกว่านี้"
"อืม"
เสียงครางตอบรับในลำคอ
พร้อมกับเสียงลมหายใจของคนข้างๆ ค่อยๆ นิ่งสม่ำเสมอ แจ็คสันฮยองหลับไปแล้ว
ผ่านไปไม่นาน
เมเนเจอร์ฮยองก็เคาะเปิดประตูห้องพักเรียก
พร้อมกับบอกว่าได้เวลาที่แจ็คสันฮยองต้องเดินทางแล้ว
ยองแจปลุกแจ็คสันที่ตื่นอย่างงัวเงีย เขาพยักหน้าหงึกหงัก
ก้มตัวจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อย จากนั้นก็เอื้อมมาหนชยิบกระป๋องน้ำอัดลมที่ผมหนีบไว้ที่แขน
ดึงมันออกไปเปลี่ยนกระป๋องใหม่โดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไร ก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้
เดินตรงไปที่ประตูห้อง ส่วนผมได้แต่มองตาม
ทั้งๆ
ที่เป็นแฟนกัน แต่ก็ยุ่งจนแทบไม่ได้อยู่ด้วยกันสองคนด้วยซ้ำ
"ยองแจ"
เสียงเรียกของแจ็คสันฮยอง
ทำให้ผมหลุดจากความคิดตัวเองเงยหน้าไปหาอีกฝ่ายอีกครั้ง
อีกฝ่ายกำลังกวักมือเรียกผม
โดยที่เขายืนอยู่ที่ตรงหน้าประตูห้องที่ยังไม่ได้เปิดออก
กวักมือเรียกผมให้ลุกไปหาอีกฝ่ายก่อนจะหยุดยืนตรงหน้าแจ็คสันฮยองที่ยิ้มบาง
เราจ้องตากันสักพัก
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ เดี๋ยวกลับเกาหลีแล้วไปเที่ยวกัน”
หยั่งกับโดนอีกฝ่ายอ่านใจ
ผมเบิกตากว้าง ขณะที่ถูกแจ็คสันฮยองเชยคางขึ้น
ใบหน้าหล่อคมแบบเอเชียที่โน้มเข้ามาใกล้ ผมหลับตาลง
เสี้ยววินาทีต่อมาที่ริมฝีปากเราก็สัมผัสกัน ..หวาน..
แจ็คสันฮยองกดน้ำหนักและเม้มที่ริมฝีปากของผมนิดหน่อย
นั่นทำให้รู้สึกดีจนผมเผลอครางอืมออกมา ก่อนพวกเราจะถอยห่างออกจากกันช้าๆ
"สัญญาแล้วนะครับ"
สายตาปรือปรอยพร้อมด้วยน้ำเสียงออดอ้อนของยองแจ
(มันอาจะไม่ได้ปรือปรอยหรือออดอ้อนแต่อย่างใด มันอาจจะเป็นแค่จินตนาการของคนมอง 55) ทำเอาแจ็คสันกลืนน้ำลายเอื้อก มันน่าจับมาฟัด ฟัด ฟัด แกล้งซะให้เข็ด
ใครสั่งสอนให้ทำตัวน่ารักฟุ่มเฟือยแบบนี้
แต่ถ้าไม่รีบไปตอนนี้มีหวังเขาได้ตกเครื่องแน่ๆ ไม่แจ็คสัน จิตใจนายต้องสตรอง
ยองแจกินตอนนี้ไม่ได้
มือใหญ่พุ่งเข้าไปขยี้หัวเด็กอายุน้อยกว่าตรงหน้าจนหัวแทบทิ่มแบบไม่ให้ทันตั้งตัว
ทำเอายองแจถึงกับร้องว๊ากตกใจ
มือขาวง้างขึ้นอัตโนมัติหวังจะฟาดคนแกล้งให้ได้หลาบจำ
แต่คนทำไวกว่ารีบกระชับกระเป๋าเป้สีดำใบเก่ง “อย่าลืมของฝากนะ!” เปิดประตูห้องพักวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
ทิ้งมือขาวยกค้างไว้กลางอากาศไร้คนรอรับการลงทัณฑ์
ยองแจถอนหายใจเฮือกใหญ่กับแฟนของตัวเอง แต่พอก้มมองดีๆ
ทั้งกระดุมเสื้อโดนปลดทิ้งจนหมด เสื้อเชิ้ตที่หลุดจนเผยไหล่มนสีขาว
ชายเสื้อนี่ไม่ต้องพูดถึง แล้วเขาโดนปลดเข็มขัดตั้งแต่เมื่อไหร่
นี่เขาโดนทำอะไรไปบ้างเนี้ย #นี่ขนาดกินตอนนี้ไม่ได้นะแจ็ค
ฮยองจอมหื่นเอ้ย! เขิลก็เขิล อายก็อาย
ยองแจกระฟัดกระเฟียดเดินกลับไปทรุดตัวนั่งกับโซฟา
ก่อนจะก้มลงพิมพ์ข้อความคาดโทษส่งให้โทรศัพท์มือถือของคนร้ายที่หลบหนีทันที
กลับไปจะทุบให้ช้ำเลยคอยดู!
-END
Accident-
ฟิคสั้นในรอบกี่เดือนเนี้ย
นานมาก 555
เรื่องอุบัติเหตุซึ่งเขียนในฟิค นี่เกิดจากแรงมโนนะ
เพราะไรเตอร์ก็ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังหรอก ถถถถถ
แต่ก็ดีแล้วที่กัซทุกคนปลอดภัยไม่เป็นอะไรมากเนอะ
(ฮรึก แต่ยองแจก็เจ็บมากอยู่นะ แม่ยกปวดใจ)
เรื่องอุบัติเหตุซึ่งเขียนในฟิค นี่เกิดจากแรงมโนนะ
เพราะไรเตอร์ก็ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังหรอก ถถถถถ
แต่ก็ดีแล้วที่กัซทุกคนปลอดภัยไม่เป็นอะไรมากเนอะ
(ฮรึก แต่ยองแจก็เจ็บมากอยู่นะ แม่ยกปวดใจ)
ติชมกันได้เช่นเดิมค่ะ
THANK FOR READING
THANK FOR READING
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น