วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

When I meet U (yugbam) [1/2]










 
When I meet U – yugbam [part.bambam]










เราจะไม่มีทางรู้เลยว่า ข่าวลือที่แพร่กระจายออกมา มีมูลความจริงแค่ไหน...
 








                “แบมแบมไปกินข้าวกันได้แล้ว


               
 ผมหันไปทางเสียงเรียกชื่อของตนเองก็พบกับพี่ชายคนสนิททั้งสองคนที่พึ่งออกจากห้องซ้อมเต้น ก่อนจะหันไปลาบรรดาพี่ๆ ที่นั่งคุยกับผมอยู่และเดินเข้าไปหาสองคนนั้น


                “คุยอะไรกันอยู่ เสียงดังใหญ่เลย ทำไมไม่รอฮยองอ่ะ” แจ็คสันฮยอง พี่ชายร่างหนาที่สนิทกับผมโคตรๆ ทักขึ้น ขณะที่เรากำลังลงลิฟต์ไปชั้นล่างของตึกเพื่อหาของกิน


                “คุยเรื่องท่าเต้นอะฮยอง พอดีผมไม่ค่อยเข้าใจ เลยถามพวกฮยองคนอื่นๆ


                “ทำไมไม่มาถามฮยองล่ะ ไปถามคนอื่นทำไม มาถามฮยองก็ได้นี่


                “ฮยองไม่ได้อยู่ในคลาสเดียวกับผมนี่ ผมต้องถามพวกฮยองที่เรียนกับผมสิ


                “มันก็แค่พื้นฐานป่ะ ฮยองก็ตอบได้เถอะ” แจ็คสันฮยองงอนผมอีกแล้ว ให้ตายสิ ความจริงท่าในคลาสผมมันไม่ใช่พื้นฐานแล้วซะหน่อย แจ็คสันฮยองก็ไม่ได้เรียนด้วย เพราะต้องไปเข้าคลาสตีลังกา ฮยองก็รู้แต่เลือกทำเป็นไม่สนใจ


                “แล้วนายอยู่ให้แบมถามไหมล่ะ” เสียงจากคนที่สามของการเดินออกไปหาของกินครั้งนี้ดังขึ้น


                “อยู่ไม่อยู่ไม่เห็นเกี่ยวเลยมาร์ค แบมแบมเก็บเอามาถามฉันก็ได้เหมือนกันเถอะ


                “แล้วนายเรียนเหมือนแบมหรือไง


                “เชอะไม่รู้ไม่ชี้ งอนทั้งสองคนแล้ว” แล้วแจ็คสันฮยองก็เร่งเดินไปทางร้านขายข้าว


                “ขอบคุณนะมาร์คฮยอง ไม่งั้นผมไม่รู้จะตอบยังไงแล้ว


                “ช่างเถอะ แจ็คสันมันก็รู้ มันก็แค่อยากให้นายสนใจเฉยๆ ปะ รีบเดินไปสั่งข้าวเถอะ เวลาพักยิ่งน้อยๆ อยู่” ว่าแล้วเราสองคนก็รีบเดินไปสั่งข้าวก่อนจะเดินไปนั่งโต๊ะที่แจ็คสันฮยองโบกมือเรียกอยู่


                “นี่ๆ ได้ยินข่าวลือเรื่องเด็กใหม่ไหม ที่พึ่งเข้ามาอะ เห็นบอกว่าเต้นเก่งมากกก” แจ็คสันฮยองเปิดบทสนทนาทันที หลังจากที่ผมและมาร์คฮยองกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับชุดข้าว


                “เห็นว่าประกวดได้รางวัลชนะเลิศมานี้ แต่เหมือนว่าจะยังเด็กอยู่เลยนะ” มาร์คฮยองตอบขณะตักซุปขึ้นมากิน


                “ใช่ๆ อายุเหมือนจะเท่ากับแบมแบมล่ะ นายเจอรึยัง น่าจะเข้ามาเรียนกับนายบางคลาสนะ” แจ็คสันฮยองหันกลับมาถามทางผม สงสัยจะหายงอนผมแล้วจริงๆ ลืมเร็วมากๆอะ


                “ผมยังไม่เจอเลยครับ แต่ได้ยินมาว่า ศุกร์นี้เขาจะเลื่อนชั้นมาเรียนในคลาสผมล่ะ


                “โหหหห ไอ้เด็กนี้สุดยอดแหะ มาแปปเดียวก็เลื่อนคลาสเท่ากับเบบี้ของพวกเราซะแล้ว


                “แจ็คสัน


                “ห๊ะอะไร นายเรียกฉันทำมะ..” ตอนนี้สายตาของทั้งสองคนหยุดอยู่ที่ผมแล้ว


                “เป็นอะไรไปแบม” มาร์คฮยองถามผม สงสัยฮยองคงเห็นอาการแปลกๆ ในตัวผมแล้วแน่ๆ ฮยองนี้น่ากลัวจริงๆ จะจับผิดกันเก่งเกินไปแล้ว


                “ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ


                “แบม


                “ผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆนะ


                “...”


                “...”


                “บอกออกมาเถอะเบบี้ พวกเราจะได้กินข้าวกันต่อนะ ตอนนี้เวลาพักใกล้หมดแล้ว


                “เฮ้อออ... ผมมีเรื่องให้คิดนิดหน่อยครับ แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ จริงๆนะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่จริงๆ เอาเป็นว่าถ้าผมเครียดมากๆ ผมสัญญาเลยว่าจะมาบอกพวกฮยองแน่ๆ นะครับ ตอนนี้ไม่เป็นไรจริงๆ” ผมบอกฮยองทั้งสองคน แต่ตาของผมมองไปที่มาร์คฮยองนะ เพราะฮยองมองกดดันผมมาตั้งแต่เรียกชื่อผมแล้ว และผมก็ต้องถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อมาร์คฮยองพยักหน้าตกลง ส่วนแจ็คสันฮยองกลับไปกินข้าวต่อแล้ว





 




หรือในบางครั้ง ข่าวลือ ก็มาพร้อมกับความจริงเสมอ...
 









                “ทุกคน นี้คือ คิมยูคยอม นะ จะมาเรียนกับพวกเราตั้งแต่วันนี้ เอายูคยอมออกไปแนะนำตัวหน่อย” ครูฝึกแนะนำ เด็กชายร่างสูงคนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเดินแยกออกมาไปตรงคอมพิวเตอร์เพื่อเตรียมเปิดเพลง


                “สวัสดีครับ ผมชื่อ คิมยูคยอม ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ผมอายุ 14 ปี ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวกับรุ่นพี่ทุกคนด้วยนะครับ” พูดจบยูคยอมก็เต้นตามเสียงเพลงที่ครูฝึกเปิดให้เพื่อเป็นการโชว์ความสามารถของเด็กใหม่ที่พึ่งเข้าร่วมคลาส เขาเบรกแดนซ์ตามที่เขาถนัด ซึ่งมันดูมีพลังและคล่องตัวมากแม้ว่าเขาจะพึ่งอายุ 14 ปีก็ตาม


                “เด็กใหม่ใช้ได้เลยนะ


                “ใช่ คุมร่างกายได้ดีเลยล่ะ


                “ดูๆแล้วโตไปนี้น่าจะหล่อนะ


                “ใช่ๆ เสียดายที่ดูมีเนื้อไปหน่อย เดี๋ยวคงต้องลด


                “ว่าไปก็ตัวสูงจริงๆนะ 14 เอง นึกถึงชานซองฮยองเลย


                “มังเน่ตัวใหญ่สินะ 55555


                “ว่าไปแบมแบมก็ไม่ใช่มังเน่แล้วสิ มีมังเน่ใหม่แล้วนี้


                “แต่ไม่ค่อยน่าแกล้งเลยแฮะ ตัวโตไป


                “แบมแบมก็เต้นเก่งนะ ไม่รู้ใครจะเก่งกว่ากัน


                “นั้นสิๆ น่าจะให้ลองวัดกันดู


                และบทสนทนาอีกมากมาย ที่หลังๆเริ่มชื่อของผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย แต่จะว่าไปหมอนี่ก็เต้นเก่งจริงๆ สมกับคำล่ำลือเลย ก็ดี ผมจะได้มีเพื่อนรุ่นเดียวกันกับคนอื่นเขาบ้าง หวังว่าเราจะเข้ากันได้นะ คิมยูคยอม


                “เอาล่ะ ตบมือให้ยูคยอมหน่อย ขอบใจมากสำหรับการแสดงที่ยอดเยี่ยมก่อนเริ่มคลาสของเรา ไปนั่งรวมกับคนอื่นได้เลย ยูคยอม


                ยูคยอมเลือกที่จะเดินมานั่งด้านข้าง เพราะถึงเขาจะเป็นเด็กแต่เขาก็ตัวสูงกว่าเด็กในวัยเดียวกันแล้ว การที่เขาไปนั่งด้านข้างเพื่อไม่ให้บังคนอื่นจึงเหมาะสมที่สุดและที่ริมสุดก็เป็นตำแหน่งที่แบมแบมนั่งอยู่พอดี


                “สวัสดี คิมยูคยอม” ผมกล่าวทักทายเมื่อเขามานั่งข้างผม “ฉันชื่อ แบมแบม นะยินดีที่ได้รู้จัก


                ยูคยอมหันมามองผมก่อนจะหันหน้ากลับไป อะไรของหมอนี่เนี่ย


                “เอาล่ะ วันนี้เราจะมาเรียนท่าต่อไปจากครั้งที่แล้วนะ ยูคยอมนายจับคู่กับคนอื่นเพื่อดูท่าก่อนหน้านี้แล้วกัน โอเคมาเริ่มดูครูกันก่อนเลย...” ผมเลิกสนใจยูคยอมที่นั่งข้างๆ และหันไปตั้งใจเรียนที่ครูสอนแทน


                “เฮ้ นั้นนายจะไปไหนน่ะ” ผมถามเมื่อเขาทำท่าจะลุกขึ้นเดินไปทางอื่น หลังจากที่ผมชวนเขาให้จับคู่กัน


                “ฉันจะไปคู่กับคนอื่น” คำตอบของเขา ทำให้ผมงงมาก


                “ทำไมล่ะ เรามาคู่กันสิ จะได้เป็นเพื่อนกันเร็วขึ้นไง” เขาหันมามองผมก่อนจะพูดมาหนึ่งประโยคและเดินจากไป


                “ฉันไม่อยากเป็นเพื่อนกับนาย” เดี๋ยวนะ.. เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่อยากเป็นเพื่อนกัน ผมว่าผมไม่เคยทำอะไรให้เขานะ ไอ้หมอนี่มันงี่เง่าชะมัดเลย ไม่เห็นมีเหตุผลสักนิด น่าหงุดหงิดจริงๆ





 




และเมื่อข่าวลือคือความจริง เราก็ทำได้แค่ยอมรับมัน...
 









                “แบม มาช่วยจับขาฮยองหน่อย” ผมเข้าไปจับขาของมาร์คฮยองเพื่อให้ฮยองซิทอัพสะดวกขึ้น วันนี้ทั้งมาร์คฮยองและแจ็คสันฮยองมีคลาสเต้นเสริม ส่วนผมที่ว่างก็ขอตามมาด้วยเพื่อซ้อมในส่วนของตัวเอง แต่เนื่องจากห้องซ้อมไม่มีว่างเลย พวกฮยองทั้งหลายที่เอ็นดูผมจึงให้ผมเข้ามาซ้อมในคลาสของพวกเขาได้ โชคดีที่วันนี้เป็นคลาสเสริมที่นัดรวมกันมาเพื่อฝึกเท่านั้นครูฝึกจึงเข้ามาแค่ตอนแรกและตอนท้าย ผมจึงเข้ามาซ้อมกับพวกฮยองและช่วยฮยองวอร์มร่างกาย


                “นี่ มาทางนี้ อันนี้เป็นคลาสของพวกฝึกตีลังกา กระโดดไปมานะ ส่วนใหญ่ก็เป็นพี่ใหญ่ของที่นี่ทั้งนั้นเลย” ผมหันไปทางประตูห้องซ้อม ก็เห็นคนสองคนเดินเข้ามา และหนึ่งในนั้นคือคนที่เมินผมเมื่อวันก่อน คิมยูคยอม นั่นเอง


                “รุ่นพี่ทั้งหลายยยย สนใจทางนี้หน่อย นี้คือเด็กใหม่ของเรา คิมยูคยอม ผมพาเขามาแนะนำตัวกับพวกฮยอง เด็กคนนี้คือมังเน่คนล่าสุดของเรานะ” ฮยองคนนั้นพูดเสียงดังกับทุกคนในห้องก่อนจะผายมือแนะนำยูคยอมที่อยู่ข้างๆ


                “ห๊ะ อะไรนะ เด็กกว่าแบมแบมอีกเหรอ” แจ็คสันฮยองเดินเข้าไปหายูคยอมทันทีก่อนจะทำมือวัดส่วนสูงของยูคยอมกับตัวเอง ซึ่งตอนนี้ยูคยอมสูงประมาณติ่งหูของแจ็คสันฮยองแล้ว


                “เอ่อ...ผม...


                “ตัวโตไปไหมเนี่ย สูงเกือบจะเท่าฉันแล้ว นายเป็นมังเน่จริงๆเปล่าเนี่ย ตัวเล็กๆ น่ารักๆ หน่อยสิ


                “ผะ...ผม...


                “อีกหน่อยต้องตัวสูงกว่าฉันแน่ๆเลย นายเป็นน้องก็ควรจะตัวเล็กๆสิ หิ้วง่ายๆน่ะ


                “แจ็คสัน พอแล้ว


                “อะไรอะมาร์ค เรียกทำไม ทุกคนก็เห็นด้วยใช่มะ นี้ๆ ต้องตัวเล็กๆแบบเบบี้ของฉันนี้” แจ็คสันฮยองว่าอย่างนั้น ก่อนจะเดินเข้ามาดึงผมที่นั่งจับขาให้มาร์คฮยองอยู่กอดรัดฟัดเหวี่ยงไปมา จนฮยองคนอื่นต้องประท้วง


                “เฮ้ยๆ อะไรแจ็คสัน แบมแบมฉันก็เลี้ยงมาก่อนนายอีก ยังไงเขาก็เป็นเบบี้ของฉันเหมือนกันนะ


                “ใช่ เราส่วนใหญ่อยู่เลี้ยงแบมแบมมาก่อนนายอีกเหอะ แบมแบมก็เด็กของฉัน


                “เป็นน้องชายของฉันด้วย


                “พอได้แล้วทุกคน ยังไงก็เลือกกันมาด้วยกันหมดนั้นแหละ” มาร์คฮยองพูดพร้อมกับแกะตัวผมออกจากแจ็คสันฮยองและดึงให้มายืนข้างๆ ส่วนแจ็คสันฮยองก็เดินตามมายืนอีกอย่างผมเช่นกัน “แนะนำตัวกับพวกเราสิ คิมยูคยอม


                สมแล้วที่มาร์คฮยองคือหัวหน้าเทรนนี่ต่างชาติในตึกนี้ เขาจัดการความวุ่นวายได้ดีมาก แถมยังดึงสถานการณ์กลับมาเป็นปกติได้อีก


                “ผม...ผม... ผมชื่อ คิมยูคยอม ครับ ยินดีที่ได้รู้จักรุ่นพี่ทุกคน ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ถะ...ถึงจะพึ่งเข้ามาและเป็นมังเน่ของที่นี่ แต่ผม ผมจะทำหน้าที่มังเน่ให้ดี” ยูคยอมแนะนำตัวเอง มันคล้ายกับที่เขาแนะนำตัวเองในคลาสที่เราเจอกันครั้งแรกเลย


                “หน้าที่ของมังเน่เหรออะไรล่ะ” ฮยองคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กระจกถามออกไป


                “กะ..ก็” ยูคยอมเหลือบตามามองผมแวบหนึ่งก่อนจะตอบ “ก็หน้าที่ของแบมแบมไงครับ


                “หน้าที่ของแบมแบม?” คราวนี้เป็นมาร์คฮยองที่ถามออกไป


                “ก็ที่แบมแบมต้องทำตอนเป็นมังเน่ แต่ตอนนี้ผมเป็นมังเน่แล้ว ผมก็ต้องทำ


                “อ้อ...หน้าที่แบบนั้นอะ ปล่อยให้เป็นแบมแบมเถอะ นายไม่ต้องทำหรอก นายตัวโตเกินไปไม่เหมาะหรอก” แจ็คสันฮยองพูดพร้อมกับขยี้ผมของผม “นายมาเป็นน้องของพวกเรา และเป็นเพื่อนกับแบมแบมแล้วสนิทกันมากๆก็พอ


                “ผมไม่มีทางเป็นเพื่อนกับหมอนั่นเด็ดขาด!!!!” ยูคยอมตะโกนออกมาเสียงดังแล้วก็วิ่งออกจากห้องซ้อมไป


                ห๊ะอะไรนะ นี้มันอะไรกัน ผมโดนเกลียดเหรอ หมอนั่นทำอะไรน่ะ ทำไมทำตัวงี่เง่าแบบนี้อีกแล้ว หมอนั่นยังไม่เคยคุยกับผมดีๆเลยนะ ทำไมถึงเกลียดผมล่ะ มันต้องเป็นผมไม่ใช่เหรอที่เขาเข้ามาเป็นมังเน่ เข้ามาแทนที่ผมน่ะ...


                “มีอะไรกันรึเปล่าแบม” เหมือนมาร์คฮยองจะเป็นคนที่มีสติดีที่สุดในสถานการณ์นี้ เขาเลือกที่จะหันมาถามผมโดยตรง


                “ผมว่าไม่มีนะครับ ผมยังไม่เคยคุยกับเขาเลย ครั้งแรกที่คุยเขาก็ไม่ตอบผม ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหรืออันที่จริงผมควรจะ..


                “พอเถอะ ไม่ต้องคิดมากเรายังไม่ได้ทำอะไรผิดก็อยู่เฉยๆไป” ผมก้มหน้าลงมองพื้นไม่เข้าใจว่าควรจะทำยังไงดี ในขณะที่คนอื่นๆได้ยินคำตอบของผมก็พากันโทษแจ็คสันฮยองที่ยืนอยู่ข้างๆว่า ว่ายูคยอมแรงเกินไป ไม่รักษาน้ำใจน้อง


                “ฮยองรู้ว่าแบมเข้าใจว่าเพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องคิดเรื่องนั้นแล้วทั้งเรื่องของยูคคอมและของตัวเองด้วย เข้าใจไหม” ผมพยักหน้ารับฝ่ามือที่ยกขึ้นมาลูบหัวผม


                ผมเข้าใจ เข้าใจดีเลยล่ะ แค่ต้องใช้เวลาในการยอมรับเท่านั้น และนายก็คงเหมือนกันสินะ ยูคยอม





TBC.
-----------------------------------------------------------------------------
จบแล้วววว สำหรับพาร์ทแรก โดนยุให้แต่งยูคแบมอะ ไรท์เตอร์เป็นออลแบมนะ แต่โดนยุคู่นี้มาก่อน
แต่อ่านไปจะรู้เลยว่าหนักชิบคู่ไหน 555555

ไรท์เตอร์ของไอดีนี้มี 2 คนนะ อ่านไปจะรู้เพราะภาษาต่างกันจริงๆ (ถ้าเป็นเรื่องที่แต่งเดียวอะนะ)

ไรท์เตอร์คนนี้ ชื่อ "แสนดี" จะเรียก แสน เฉยๆได้ไม่ว่ากัน
แอบบอกอายุ เด็กกว่ามาร์คแต่แก่กว่าเจบี
เรียกอะไรก็ได้ไม่ว่ากัน

ไว้เจอกันใหม่นะครับผม...

  


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น